อัยการธนกฤต กาง รธน.ฝากคำถามหน้าที่ของรัฐ ชี้ฉีดวัคซีนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ช่วงวิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นข้อกฎหมาย ประเด็น โควิด-19 กับสิทธิของประชาชนและหน้าที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ความว่ากรณีของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกจำนวนมาก รวมทั้งในประเทศไทยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนไว้ในมาตรา 47 ถึงสิทธิที่ประชาชนทุกคนจะต้องได้รับเพื่อปกป้องและรักษาตนเองจากโควิด-19 ไว้ว่า ประชาชนมีสิทธิดังต่อไปนี้

1.ได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ 2.ได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 55 ยังได้บัญญัติถึงหน้าที่ของรัฐ ซึ่งในกรณีนี้คือ รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหารประเทศ ที่จะต้องดำเนินการในกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไว้ว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำดังนี้

1.ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง,

2.ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมถึงการควบคุมโรค การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย คำถามที่ผมคิดว่าประชาชนคนไทยอยากฝากถามไปยังรัฐบาล คือ 1.สิทธิของประชาชนทุกคนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 ที่เป็นโรคติดต่ออันตรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำไมถึงได้ล่าช้ากว่าประเทศอื่นในโลก และประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

โดย ณ วันที่ 18 เมษายน 2564 ประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบทั้ง 2 เข็ม มีจำนวนแค่ประมาณ 82,000 ราย คิดเป็นจำนวนประมาณ 0.125 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 มีจำนวนเพียงประมาณ 527,000 ราย คิดเป็นจำนวนประมาณ 0.8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมจำนวนประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งเข็มแรก และครบทั้ง 2 เข็มแล้ว ยังไม่ถึงจำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมดเลย

2.เมื่อไหร่ที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ซี่งรัฐบาลจะต้องมีแผนการจัดหาและแผนการฉีดวัคซีนที่แน่นอนชัดเจน และแถลงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและเป็นการผูกมัดให้รัฐบาลต้องดำเนินการตามที่แถลงไว้ ไม่ใช่มีแต่เพียงการให้ข่าวรายวันกับสื่อมวลชนเท่า นั้น

3.รัฐบาลได้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 55 ในการทำให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เพื่อควบคุมและป้องกันโควิด-19 ที่เป็นโรคติดต่ออันตราย ด้วยการจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและมีจำนวนที่เพียงพอที่จะฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน และทันต่อการแพร่ระบาดที่รวดเร็วของโรค อย่างที่ควรจะต้องกระทำตามรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่

4.ทำไมรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีถึงเพิ่งมาแถลงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ว่า รัฐบาลจะดำเนินการจัดหาวัคซีนยี่ห้ออื่นเพิ่มเติม นอกจาก 2 ยี่ห้อเดิม คือ แอสตร้าเซเนก้า และซิโนแวค ทั้งที่สถานการณ์ความเสี่ยงที่รัฐบาลจะไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนได้อย่างเพียงพอและทันต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ได้ปรากฏล่วงหน้าให้เห็นมาแล้วเป็นเวลานานพอสมควร

5.ถ้าหากรัฐบาลไม่มีนโยบายมาแต่เดิมว่าจะจัดหาวัคซีนเฉพาะจาก 2 ยี่ห้อนี้ คือ แอสตร้าเซเนก้า และ ซิโนแวค ขณะนี้ประชาชนคนไทยคงได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้นและทั่วถึงมากกว่านี้หรือไม่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.