จีนงัดยุทธศาสตร์ ‘อูฐเหล็ก’ รถไฟขนส่งสินค้าข้ามทวีปไม่ง้อทะเล

เหตุการณ์เรือขนส่งสินค้าเกิดอุบัติเหตุขวางเส้นทางการเดินเรือในคลองสุเอซ ส่งผลให้การขนส่งสินค้าข้ามทวีประหว่างเอเชีย แอฟริกา และยุโรป เป็นอัมพาตและสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับภาคธุรกิจ แต่สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นโอกาสของจีน หลังจากที่ได้วางรากฐานเส้นทางรถไฟสำหรับขนส่งสินค้าทางบกจากเอเชียไปยังยุโรปมายาวนาน ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการหลีกหนีปัญหาต่าง ๆ จากการขนส่งทางทะเล

ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า ภาคธุรกิจจีนหันไปใช้เส้นทางรถไฟในการขนส่งสินค้าข้ามทวีปจากจีนไปยังเอเชียกลาง รัสเซีย และสหภาพยุโรป (อียู) มากขึ้น หลังจากที่เศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัว พร้อมความต้องการสินค้าในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าสุขภาพ และสินค้าทางการแพทย์

โดยข้อมูลของทางการจีนเปิดเผยว่า ในช่วง ม.ค.-ก.พ. 2021 มีรถไฟขนส่งสินค้าออกจากจีนไปยังยุโรปกว่า 2,000 ขบวน คิดเป็น 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2020 ขณะที่สถิติตลอดทั้งปี 2020 อัตราการขนส่งสินค้าทางรถไฟของจีนไปยังยุโรปยังเพิ่มขึ้นถึง 50% และพุ่งขึ้นเป็น 7 เท่าจากปี 2016

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้วางรากฐานการขนส่งสินค้าทางรถไฟมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณในมณฑลต่าง ๆ เพื่อสร้างเส้นทางรถไฟข้ามพรมแดน ตามแนวคิด “อูฐเหล็ก” (steel camels) ในยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 “Belt and Road Initiative” เพื่อเชื่อมเส้นทางขนส่งสินค้าทางบกจากจีนไปยุโรปที่รวดเร็วกว่าการขนส่งทางทะเล

นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมาการระบาดทั่วโลกของโควิด-19 ยังส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางทะเลต้องเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้า เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ของหลายประเทศทำให้คนทำงานประจำท่าเรือสินค้ามีจำนวนลดลง ซึ่งส่งผลให้มีตู้คอนเทนเนอร์สินค้าได้รับการจัดการล่าช้าและตกค้างอยู่ตามท่าเรือต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ขณะที่การขนส่งทางรถไฟสามารถขนถ่ายสินค้าและส่งตู้คอนเทนเนอร์กลับประเทศต้นทางได้รวดเร็วกว่า

ขณะเดียวกันมาตรการกักกันโรคยังส่งผลให้ระยะเวลาการขนส่งสินค้าทางทะเลยาวนานขึ้นเป็น 2 เท่า พร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนจำนวนมากหันมาส่งออกสินค้าด้วยเส้นทางรถไฟมากขึ้น พร้อมกับการฟื้นตัวจากโควิด-19 ที่รวดเร็วของจีน ที่ได้กลายเป็นแรงหนุนให้จีนสามารถส่งออกสินค้าไปยังอียู ในปี 2020 ได้มากขึ้นถึง 6% จากปี 2019 รวมมูลค่าราว 384,000 ล้านยูโร ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติอียู (Eurostat) ส่งผลให้จีนแซงหน้าสหรัฐอเมริกา กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอียูในปีที่ผ่านมา

แม้ว่าการขนส่งทางรถไฟจะเพิ่มสูงขึ้น แต่การส่งออกสินค้าทางทะเลยังคงมีสัดส่วนที่สูงกว่า โดยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเดือนเดียว ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน (Yangshan) ใกล้นครเซี่ยงไฮ้ ก็มีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สินค้ามากถึง 2 ล้านตู้ เทียบกับการขนส่งทางรถไฟช่วง ม.ค.-ก.พ. ที่มีตู้คอนเทนเนอร์สินค้าราว 209,000 ตู้

อย่างไรก็ตาม “อกาธา คราตซ์” นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนจีน “โรเดียม กรุ๊ป” ระบุว่า “หลังการเปิดตัวโครงการ Belt and Road ในปี 2013 ทุกบทสนทนาก็มุ่งเป้าไปที่รถไฟ เนื่องจากได้รับเงินทุนอุดหนุนมหาศาลจากทางการจีน” ดังนั้น สถานการณ์การขนส่งทางทะเลที่มีอุปสรรคมากในขณะนี้ อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นให้การขนส่งทางบกผ่านเส้นทาง Belt and Road ของจีน ได้รับการจับตามองมากยิ่งขึ้นในฐานะเส้นทางขนส่งสินค้าทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.