เลือกตั้ง ” นครเชียงราย ” เดือด แห่กันขึ้น ” เกาะ ” ก่อนกกต.รับรอง2วัน

17 กุมภาพันธ์ ก่อนครบกำหนดที่ กกต.จะต้องรับรองผู้สมัครนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ทั่วประเทศ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2 วัน ช่างเป็นเหตุบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ เมื่อหัวหน้าใหญ่ ป.ป.ช.เชียงราย และหนุ่มสาวคู่หนึ่งอ้างเป็นนักศึกษากลุ่มเยาวชนปลดแอก และสื่อมวลชนบางสำนัก พากันขึ้น “เกาะแม่ฟ้าฯ” กลางแม่น้ำกก โดยมิได้นัดหมาย แล้วต่างก็ให้สัมภาษณ์และนำเสนอข่าวตามสไตล์ของตน

นายณภัทร เตโช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประเด็นตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ปรากฎเป็นข่าวจากสื่อ และมีประชาชนสนใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช.จำเป็นต้องออกมาดูว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ดังนั้น ที่มาดูตอนนี้ เราได้ทำหนังสือขอเอกสารหลักฐานจากเทศบาลนครเชียงราย ว่าโครงการที่ทำบนที่ดินตรงนี้ทั้งหมดมีอะไรบ้าง แล้วก็ให้เทศบาลนครฯ ส่งเอกสารภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เราส่งเอกสารขอไป ขั้นที่ 2 คือมาดูสถานที่ว่าเขาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง หรือว่ามีพฤติการณ์อย่างไร แค่นั้นเองครับ ก็คือตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสาร เพียงแต่แค่ดูจากที่ปรากฎเป็นข่าวเท่านั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หนังสือที่ออกมาแบบนี้ถือเป็นการดิสเครดิตในช่วงการเลือกตั้งหรือเปล่า นายณภัทรตอบว่า หนังสืออะไร ไม่มีหนังสืออะไรเลย เพียงแต่ว่า ที่ผมมาถือว่ามาช้าไปด้วยซ้ำ เพราะว่าข่าวออกไป 2 ครั้งแล้ว แล้วประชาชนก็รู้เรื่องกันหมดเลย แต่เนื่องจากทางเรากลัวว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งกัน เราจึงต้องลงมา เราไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูก เพราะเรายังไม่ได้ตั้งเป็นเรื่อง เดี๋ยวเราก็ต้องมาติดตามกัน เพียงแต่มันเป็นจังหวะพอดี อันนี้ผมไม่ได้ก้าวล่วงใคร เพราะไม่ใช่หน้าที่เรา แต่คำว่าคัดค้าน เขาคัดค้านกับใคร มีเอกสารหลักฐานการคัดค้านมั้ย เราพูดได้ แต่ว่าถ้าเราจะทำอะไรกับคน เราจะต้องมีพยานหลักฐาน ถ้าเราไปบอกว่าชาวบ้านมาร้อง แล้วใครล่ะ ลงชื่อกันอย่างไร ผมเคยมีนะครับคดีลักษณะเช่นนี้ บอกว่าคัดค้าน ผมเลยถามว่าคัดค้านที่ไหน บอกว่าคัดค้านทางโทรศัพท์มันไม่น่าจะใช่ เพราะมันไม่มีหลักฐาน เพราะฉะนั้นตอนนี้เราจึงดำเนินการอะไรไม่ได้ อย่างที่ผมว่า ถ้าเราได้เอกสารหลักฐานมาก็จะสรุปเรื่อง แล้วเสนอผ่านภาค ถึงกรรมการ และถ้าหน่วยงานสั่งมาอย่างไรเราก็ต้องทำตามนั้น

ถ้าได้ใบอนุญาตมาเรียบร้อยก็ทำได้ครับ เพราะว่ากฎหมายบอกว่าต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่มีอำนาจ มันไม่ใช่เป็นเรื่อง เราจึงคุยไม่ได้ อีกอย่างผมก็ได้สอบถามไปว่ามีการขออนุญาตหรือยัง ทางจังหวัดบอกว่าไม่มั่นใจเหมือนกัน ดังนั้นเราไม่ได้ตรวจสอบ

ทางด้านหญิงสาวที่อ้างตนเป็นกลุ่มเยาวชนปลดแอกให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มพวกเรามาทราบโครงการนี้ได้ไม่นาน จึงได้มีการสืบสาวไปยังต้นเรื่อง ที่พวกเรามาวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ไปสืบมาแล้วว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร โดยการพูดคุยกับผู้ว่าฯ หมูป่า (นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย) กับกรมเจ้าท่า เขาบอกมาว่า มีการริเริ่มโครงการนี้มานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาทำอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เช่น การทำหนังสือขอในสมัยผู้ว่าฯ หมูป่า ซึ่งก่อนหน้านี้ มันเหมือนว่าที่ดินตรงนี้มันเป็นที่สาธารณะ แล้วเขาออกมาเป็น นสล.ให้ในสมัยที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศบาลไปเป็นเลขาของมหาดไทยในสมัยนั้น มหาดไทยเลยออกเป็นหนังสือ นสล.ให้ เพราะฉะนั้น ที่ดินตรงนี้ไม่ต่างกับที่ดินหลวง คือประชาชนส่วนใหญ่จะเข้ามาใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเวลาราชการ พอเป็นแบบนี้แล้ว ที่ดินตรงนี้เกิดขึ้นมาแทนที่จะเป็นของหลวง เราให้สาธารณะชนใช้มันมีประโยชน์กว่ามั้ย แล้วการที่เอางบของเทศบาลมาลงตรงนี้ 32 ล้าน คืองบประมาณล่าสุดที่เขาเปิดเผยตัวเลข 32 ล้าน เป็นส่วนของเทศบาลที่จะเอามาทำซึ่งเป็นคนละส่วนกับงบที่จะไปขอเบิกจากจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ หมูป่าได้พับโครงการไปในปี 61 แล้วหลังจากที่เขาไม่ได้เซ็นโครงการก็โดนเด้งไปอยู่พะเยา แต่ตอนนี้ไปอยู่ลำปางแล้ว แล้วตอนนั้นเขาเสนอมาแต่ไม่ทำ ผู้ว่าฯ หมูป่าบอกไว้ว่า ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ในเมือง ถึงทำไปก็เป็นแค่สิ่งปลูกสร้าง เหมือนพิพิธภัณฑ์ปลาบึกที่เชียงของ ใช้สอยทำประโยชน์ได้ไม่มากพอเท่ากับศักยภาพที่ควรจะเป็น เหมือนสวนตุงฯ ที่จัดไว้เป็นแค่ที่โชว์ดอกไม้ในเทศกาลดอกไม้งาม ซึ่งตรงนี้ตนคิดว่าจริง ๆ แล้ว สวนตุงกลางเมืองขนาดนั้น วิทยาลัยอาชีวศึกษากับโรงเรียนดำรงฯ เยาวชนมากมายบริเวณนั้น สิ่งที่เขาควรจะได้รับคือพื้นที่สาธารณะมาพักผ่อนหย่อนใจเมื่อไหร่ก็ได้ พอเป็นพื้นที่ นสล.กลายเป็นว่าใช้ได้แค่สิ่งที่เทศบาลคิดว่าควรใช้ จึงทำให้ชาวเชียงรายไม่ได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้เลย ยกเว้นเป็นแค่ที่ละลายงบเล่นของเขาในการจัดงานดอกไม้งาม พอมาที่ตรงนี้ สิ่งปลูกสร้างมันสมควรหรือไม่กับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ สภาพสังคมที่เป็นแบบนี้ ถามว่าปัญหาตอนนี้ของเชียงรายคืออะไร เกี่ยวกับเทศบาลก็คือปัญหาขยะ รถขยะ ปัญหาขี้นก ปัญหาระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ธุรกิจ SME แล้วถามว่าทำไมเทศบาลถึงไม่เอางบไปใช้แก้ไขปัญหาเหล่านั้น ที่ทำให้สิ่งที่มีอยู่ดีขึ้น เหมือนสวนตุงฯ พอหมดหน้าเทศกาลดอกไม้งาม กลายเป็นที่เก็บกระถางต้นไม้ ที่เก็บขยะกลางเมือง เหมือนที่ตรงนี้ ถ้าปล่อยให้ทำต่อไปก็จะเป็นแบบเดิม กับงบขนาดนี้ควรเอาไปทำอย่างอื่นมากกว่าในความคิดของพวกตน และคนเชียงรายหลายคนที่ออกมาไม่เห็นด้วย แต่การทำครั้งนี้ไม่มีการทำประชาพิจารณ์เป็นกิจจะลักษณะ ก็เลยไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วชาวบ้านเขาอยากได้หรือไม่อยากได้ อีกอย่างหนึ่ง เคยมีปัญหากับกรมเจ้าท่า มาถมดินปิดหัวปิดท้าย ถามว่าข้อพิพาทนี้ถ้ากรมเจ้าท่าชนะ แล้วต้องรื้อถอน ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า  คิดว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใสหรือไม่ นางสาวผู้อ้างตนเป็นกลุ่มเยาวชนปลดเอกตอบว่า โครงการนี้พวกตนไม่ทราบว่าโปร่งใสหรือไม่ ต้องให้ ปปช.เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเขาจะกล้าพูดความจริงหรือไม่ แต่สำหรับตนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่ออกมาทำกิจกรรมตรงนี้ก็อยากเป็นกระบอกเสียง และเป็นคนเชียงรายด้วย ปัญหานี้จึงต้องถูกนำมาพูด ไม่อย่างนั้น ถ้าปล่อยให้สร้างกันไปเงียบๆ รื้อโครงการนี้มาทำใหม่เมื่อปีที่แล้ว ประมาณเดือนมิถุนายน พอมาสร้างสะพาน เขาถมที่พื้นสะพานน้ำก็ไปขังตรงสามแยกแล้วเน่าเสีย ก็มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา

จึงคิดว่าส่งผลกระทบมากกว่าเป็นประโยชน์ ผู้สื่อข่าวถาม  ใช่ค่ะ เธอตอบ

ถามต่อว่า ได้เคยมาใช้พื้นที่ตรงนี้บ้างหรือยัง เธอตอบว่า ยาก อย่างถ้าเราอยู่ในเมือง ตรงนี้เป็นโซนนอก ตรงนั้นเป็นโรงแรม มีสนาม รด. หน่วยงานราชการ บ้านพักอยู่รอบนอกหมด ใครจะแหกหน้าเข้ามา มันอยู่ในหลืบขนาดนี้ แล้วงบเทศบาลที่เอามาทำ 32 ล้าน เงินจำนวนมากขนาดนี้ ควรเอาไปทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างโง่ๆ สิ่งที่คนเชียงรายอยากได้รับมากที่สุดตอนนี้ ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น ลืมตาอ้าปากได้ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ คุณยังมาทำอะไรแบบนี้ คงไม่ต้องถึงขั้นแจกเงินหรอก ขอแค่เดินๆ อยู่ขี้นกไม่หล่นใส่หัวก็พอ เพราะถ้าไปเดินตามแถวไนท์บาซาร์ นกเกาะเต็มสายไฟ ก็ยังไม่เห็นการแก้ไขจนทุกวันนี้ และปัญหาขยะ ก่อนหน้านี้มีการบอกว่าจะสร้างเตาขยะทุกอำเภอ งบประมาณเท่าไหร่ไม่รู้แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเป็นชิ้นเป็นอัน กับเทศบาลนี้นะ แล้วช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้ง เขาก็คิดว่าหยิบมาพูดตอนนี้มันเป็นการดิสเครดิต ถูก เพราะถ้าก่อนหน้านี้ทำมาดีใครจะมาว่า ถูกมั้ย แล้วบริษัทที่รับเหมาก่อสร้าง มันเป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียน เหมือนเอามาเป็นนอมินี ชื่อว่า บริษัท เชียงรายเอสเอสพี คอนสตรัคชั่น ไม่มีทีโออาร์เลย งงมาก ทำไมถึงประมูลได้

ถามต่อ ทางกลุ่มได้เคยมีการทำเรื่องคัดค้านไปมั้ย เธอตอบ ยัง ที่จริงพวกเราพยายามทำเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ภาค 5 เขาบอกว่ามันมีคนร้องเรียนแล้ว ตอนนี้ก็ตามเรื่องอยู่ อย่าง ป.ป.ช.เชียงรายเอง พวกตนไม่มั่นใจว่าจะมีนอกมีในหรือไม่ เหมือนให้ ป.ป.ช.เชียงราย มาเป็นตัวแทนตรวจสอบ

แล้วจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้ตีแผ่ ก็ต้องประชาสัมพันธ์ค่ะ เพราะน้องทำเพจอยู่ อย่างนักข่าวที่รู้จักก็บอกว่าจะช่วยทำข่าวให้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่นักข่าวในท้องถิ่น เพราะว่าปัญหาในท้องถิ่นมันอาจเป็นอันตรายต่อตัวเขา อย่างคนที่สนิทด้วย เขาก็ไม่มานะ เขากลัว ก่อนหน้านี้ช่วงประมาณเดือนมิถุนายน รื้อโครงการขึ้นมาใหม่ มีคนไปแจ้งหมอเอก ซึ่งเป็น สส.เชียงราย เขต 1 หมอเอกก็ออกมาก็โดนขู่ ก็หายไปเลย ไม่แตะต้องอีกเลย

ขณะเดียวกัน “ทีมตระเวนข่าวทั่วไทยนิวส์” ก็ได้โพสต์เป็นข่าว โดยพาดหัวว่า เชียงราย – ถึงกับสะดุ้ง ! ตัวแทนนักศึกษา แฉหมดเปลือก ผู้ว่าหมูป่า ถูกย้ายเพราะคัดค้าน สร้าง “สวนสาธารณะแม่ฟ้าของแผ่นดิน”

แล้วตามด้วยเนื้อข่าวว่า ภายหลังจาก สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย เลยลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ สถานที่ก่อสร้างสวนสาธารณะแม่ฟ้าของแผ่นดิน บริเวณพื้นที่เกาะกลางแม่น้ำกก จนเป็นข่าวดังมาก่อนหน้านี้ แต่เรื่องก็พยายามถูกปิดเงียบจนแทบจะไม่มีสื่อสำนักไหนนำเสนอข่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ให้ความสนใจกับประชาชนทั้งในจังหวัดเชียงรายและจากทั่วประเทศ โดยล่าสุดกลุ่มนักศึกษาในจังหวัดเชียงรายได้ส่งตัวแทนเข้ามาตรวจสอบร่วม ในขณะที่ นายณภัทร เตโช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่ โดย น.ส. สุปรียา ใจแก้ว อายุ 23 ปี นักศึกษา และเป็นแอดมินเพจ “กลุ่ม Free youth CEI เชียงรายปลดแอก” ได้ฝากถามไปยังหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างโครงการนี้ผ่านผู้สื่อข่าวว่า

จากที่ทราบข้อมูลการสร้าง ทางเทศบาลนครเชียงราย ได้ใช้งบประมาณสร้างประมาณ 32 ล้าน และยังมีการขอสนับสนุนงบประมาณจากทางจังหวัดอีกไม่รู้กี่ร้อยล้าน ซึ่งอยากจะถามว่าถ้าสร้างโครงการนี้เสร็จแล้ว คนเชียงรายจะได้อะไรจากโครงการนี้ ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับไปว่า ทราบหรือไม่ว่าโครงการนี้มีการประชาคมหรือประชามติจากชาวบ้านหรือไม่ น.ส.สุปรียา ตอบว่า จากที่ทราบ เคยมีการประชามติแต่โครงการได้ล้มเลิกไปในสมัยผู้ว่าหมูป่า เพราะมีการสืบทราบว่าการประชามติหรือประชาคม น่าจะมีการเกณฑ์คนเข้ามา ซึ่งเป็นการลงประชามติโดยไม่โปร่งใส ซึ่งผู้ว่าณรงค์ศักดิ์หรือผู้ว่าหมูป่าได้เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไว้

ซึ่งในเรื่องนี้ พอผู้ว่าหมูป่าไม่เซ็นอนุมัติต่อมาจึงโดนย้าย เพราะไม่เป็นอนุมัติผ่านงบประมาณให้กับโครงการนี้สาเหตุเพราะการสร้างโครงการนี้มีการขอเบิกงบประมาณจากจังหวัด มากเกินความจริงเกิน 10 เท่า ซึ่งเดิมทีชาวบ้านทราบว่าทางเทศบาลนครเชียงรายจะมาสร้างช้างคู่บารมี และต่อมาก็เปลี่ยนโครงการมาเป็นการสร้างหอเจ้าที่จำนวน 3 หอ ซึ่ง น.ส.สุปรียา ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าในโครงการสร้างครั้งนี้ไม่มีการทำประชามติ เลยไม่รู้ว่าชาวบ้านเขาอยากได้หรือไม่อยากได้ในโครงการนี้ ซึ่งตนก็สงสัยว่าทางเทศบาลนครเชียงรายจะนำงบประมาณมาละลายเล่นในพื้นที่ตรงนี้ทำไม ทั้งที่ในเขตเทศบาลนครเชียงรายยังมีปัญหาอีกหลายอย่างให้ต้องแก้ไข อาทิเช่น ปัญหาขยะ ปัญหานกเกาะเสาไฟ และอีกหลายเรื่องในความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องใช้เงินงบประมาณในการแก้ไข และการที่จะมาสร้างโครงการในที่ตรงนี้ต้นก็คิดว่าชาวบ้านไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไรนอกจากสร้างเป็นสวนดอกไม้งาม ซึ่งงบประมาณของแผ่นดินควรจะนำงบมาพัฒนาให้กับชาวเชียงรายไม่ใช่จะนำงบประมาณมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อละลายงบเล่นให้กับใครก็ไม่รู้ น.ส.สุปรียา กล่าว

เป็นที่น่าสังเกตว่า การเหยียบเกาะครั้งนี้มีเป้าหมายเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง 23 มีนาคม 2551 หรือไม่ โดยในครั้งนั้น นายวันชัย จงสุทธานามณี ถูกตัดสิทธิก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน ทำให้เหลือผู้สมัครเพียง 2 คน ทำให้ผู้สมัครรายหนึ่งได้รับเลือกตั้งไป

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด กกต.ก็รับรอง นายวันชัย จงสุทธานามณี ให้เป็นผู้สมัครหมายเลข 1 ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ จึงมีผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงราย 4 คน คือ 1.นายวันชัย จงสุทธานามณี 2.นายสมพงษ์  กูลวงค์ 3.ร.ต.อ.ภูชิต มหาพรหม และ 4.นางสาวสุธาสินี เหล่ารุ่งโรจน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.