“บิ๊กตู่” ย้ำ รถไฟเชียงรายได้ใช้ปี 66

20181030043839_l

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกพื้นที่ ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว นายกฯ ตู่ย้ำ รถไฟรางคู่คืบหน้า ยากเปลี่ยนแปลง เดินหน้าเวนคืนที่ดิน เร่งหาคู่สัญญาคาดเริ่มต้นก่อสร้างปี 63

เช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ครั้งที่ 8 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 1 ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย เชียงราย, พะเยา, แพร่ และน่าน โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณด้านหน้าห้องประชุม โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ภาพรวมของการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า รัฐบาลได้เดินหน้าผลักดันการพัฒนาประเทศไปในหลายๆ ด้าน โดยให้ความสำคัญไปที่ความกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนาประเทศ ในส่วนของการท่อง-เที่ยวเมืองรอง ก็ต้องเร่งเดินหน้าผลักดัน จังหวัดเชียงรายถือว่ามีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวสูงมาก จนเกือบที่จะเป็นเมืองหลักอยู่แล้ว ส่วนจังหวัดพะเยาก็จะมีการพัฒนากว๊านพะเยา รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดแพร่และจังหวัดน่านด้วย ในส่วนของรถไฟรางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก จะดำเนินการทำทีโออาร์ หาคู่สัญญาก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในในปี 2562 ดำเนินการก่อสร้างในปี 2563 คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการก่อสร้าง 4-5 ปี และจะสามารถเปิดดำเนินการใช้ได้ในปี 2566” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทางด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกรัฐบาล เปิดแถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม.สัญจรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยกล่าวว่าในการประชุมในครั้งนี้ได้มีผู้แทนจากภาคเอกชนหลายฝ่ายมาเข้าร่วมประชุม โดยมีการเสนอขออนุญาต ครม.เพื่อดำเนินการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคต่างๆ บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนจังหวัดพะเยาได้มีการขอให้ปรับปรุงสนามกีฬาให้มีมาตรฐาน รองรับการจัดการแข่งขันในระดับประเทศ รวมถึงการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์และในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับหลักการไว้ทั้งหมดแล้ว
ในส่วนของรถไฟรางคู่ โฆษกรัฐบาลได้กล่าวเสริมจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการดำเนินการก่อสร้างรถไฟรางคู่จาก อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปยัง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว มีความคืบหน้าไปมาก ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการเวนคืนที่ดินไปบ้างแล้ว รวมทั้งได้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์รับ-ส่งสินค้า ที่ อ.เชียงของ ไปแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563 รองรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพื่อกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยจะเห็นผลในปี 2566 เป็นประโยชน์ในด้านโลจิสติกส์ ลดการใช้รถบรรทุกขนส่ง ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้มาก

ต่อข้อถามที่ว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในอนาคตจะมีผลกระทบต่อโครงการนี้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกโครงการ โดยเชื่อว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้

ทางด้านนายกิตติ ทิศสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย หนึ่งในผู้แทนของภาคเอกชน กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความยินดีที่ ครม.ได้เปิดโอกาสให้พวกตนได้เสนอในสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคต่างๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยตนได้เสนอให้มีการจัดตั้งสำนักงานขนส่งสาขาชายแดนเชียงของ และสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมือง การทำวีซ่า เชื่อมโยง 4 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวเชียงราย ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ และประเทศเพื่อนบ้านแบบ One Stop Service ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ขยายตัว ทำให้ประเทศชาติมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และในภาพรวมของการประชุม ครม.ในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.