วิเคราะห์สนามเลือกตั้งพะเยา

เสียงปี่เสียงกลอง “สัญญานเลือกตั้ง” ดังมาแต่ไกล

ในพะเยา เราเคยมีอยู่ 3 เขต ก็จะยังคงมีอยู่ 3 เขตเช่นนี้ต่อไป จนกว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกในอนาคตอันไม่ไกลนัก หากเรายังไม่ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปนักการเมือง ปฏิรูประบบราชการให้เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ที่รัฐธรรมนูญเขาไม่เคยถูกฉีก หรือไม่ก็ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรเลย

ถึงไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เราคือประเทศด้อยพัฒนาด้านการเมือง การปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน

เศรษฐกิจที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษาไว้และภาคเอกชนที่ต้องแข่งขันกันทำมาหากิน ไม่เคยถูกเลี้ยงดูด้วยภาษีอากรของประชาชนจนเคยชิน

แต่ยังไงประเทศไทยก็จะต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะเดินหน้า ถอยหลังลงคลอง หรือย่ำอยู่กับที่

ถ้าไม่มีเลือกตั้ง เราจะยิ่งตายหนักเข้าไปอีก!

แค่นี้คนที่ไม่มีภาษีอากรประชาชนเลี้ยงดูกำลังจะตายอยู่แล้ว

แต่ก็ดีไปอย่าง จะได้รู้กันเสียทีว่ารัฐบาลเผด็จการทหารปกครองประเทศเป็นอย่างไร?

“คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน ข้าราชการล่ำซำ”

เอาเป็นว่า 3 เขตของพะเยา เรามี “หน้าไหน” ให้เป็นตัวเลือกบ้างและใครจะได้เข้าวิน

การเลือกตั้งครั้งที่ส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และตระกูลชินวัตร ก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544 แล้วก็ทำให้ประเทศไทยมีปัญหามาเกือบ 20 ปีเข้านี่แล้ว ทั้งผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตคอรัปชั่นใหญ่โตมโหฬารจากการแปรรูปสัมปทานและเมกะโปรเจ็คต์ต่างๆ ประชาชนแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายจนถึงชาวนาฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้เงิน “จำนำข้าว” จวบจนยุคข้าราชการพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร-เจ้าสัว อู้ฟู้ล่ำซำ ณ ปัจจุบัน

ครั้งนั้น เขต 1 มีอำเภอเมืองและอำเภอแม่ใจ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 134,446 คน ผู้สมัคร 3 คน น.ส.อรุณี ชำนาญยา พรรคไทยรักไทย, นายอนุรักษ์ ตันบรรจง บุตรชายนายไพรัตน์ ตันบรรจง พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล พรรคประชาธิปัตย์

ปรากฏว่า น.ส.อรุณี ชำนาญยา ได้ไปด้วยคะแนน 57,395 คะแนน น.ส.มัลลิกา มาเป็นที่ 2 สอบตกแพ้ไปกว่าครึ่ง 23,568 คะแนน ส่วนนายอนุรัตน์ ไม่เห็นฝุ่น ได้เพียง 7,211 คะแนน

น.ส.อรุณี ได้เป็น ส.ส.และเป็นมาตลอด แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง นายก อบจ.พะเยา ในปี 2554 รอ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยสนับสนุนนายวรวิทย์ บุรณศิริ ลงแข่งกับนายไพรัตน์ ตันบรรจง ที่ผูกขาดการบริหารงานใน อบจ.พะเยา มานมนาน แล้วนายวรวิทย์ก็โค่นลงได้สำเร็จ “ผู้กองธรรมนัส” ในเวลานี้เป็นที่รู้จักของคนพะเยาแล้ว ได้ส่งน้องชาย นายอัครา พรหมเผ่า เข้าไปเป็นรองนายก อบจ.พะเยา มาจนทุกวันนี้

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองพะเยาในปี 2556 “ผู้กองธรรมนัส” ได้ส่งอดีต สท.น.ส.จุฬาสินี โรจนคุณกำจร ลงสมัคร แล้ว น.ส.จุฬาสินี ก็ได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองพะเยาตามเป้าหมาย พร้อมกับ “ผู้กอง” ก็ได้เข้าช่วยเหลืองานด้านสังคมและศาสนาในจังหวัดพะเยาอย่างเต็มตัว กระทั่งได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในปี 2557

ดังนั้น เขตนี้ ถ้า “ผู้กอง” รอ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงสมัคร ส.ส.เมื่อไหร่ น.ส.อรุณี ก็หนาว…

เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเชียงคำ อำเภอภูซาง และอำเภอจุน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 122,690 คน

เขตนี้ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 มีผู้สมัคร 2 คน คือนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พรรคเพื่อไทย และนายอนุชา มุสิกะ พรรคประชาธิปัตย์ นายวิสุทธิ์ก็ได้รับเลือกตั้งไปด้วยคะแนนทิ้งห่างหายห่วง 66,730 คะแนน กับ 14,597 คะแนน และนายวิสุทธิ์ยังได้รับการโปรโมทจากพรรคให้เป็นถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

ดังนั้น เขตนี้หากพรรคเพื่อไทยไม่ถูกยุบเสียก่อน นายวิสุทธิ์ดูเหมือนจะนอนมา

สุดท้าย เขตเลือกตั้งที่ 3 เขตนี้แหละที่จะมีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ระหว่างผู้สมัครหลายพรรคซึ่งยังไม่มีพรรคใดครองเสียงได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในอำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว อำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน

นอกจากตระกูลตันบรรจง ดูจะได้เปรียบคนอื่นๆ อยู่เล็กน้อย แต่การไม่ค่อย “เข้าถึง” ชาวบ้าน ก็ทำให้ความนิยมหายหกตกหล่นไปพอสมควร

สังเกตได้จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เขตนี้มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดถึง 100,409 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 129,713 คน คิดเป็น 81.16%

นายไพโรจน์ ตันบรรจง พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งไปด้วยคะแนน 51,116 คะแนน แต่นายธนสรร ธรรมสอน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้คะแนนไปไม่ใช่น้อย 29,460 คน ส่วนนายเกรียงไกร ไชยมงคล พรรคความหวังใหม่ ไม่ต้องพูดถึง ได้ไป 737 คะแนนเท่านั้น

เขตนี้ถ้าว่าไปแล้วก็ควรจะมีคู่แข่งขันตัวจริงอยู่เพียง 2 ดอกเตอร์ คือ ดร.ไพโรจน์ และ ดร.ธนสรร และเที่ยวนี้ ดร.ธนสรร ก็จะมีโอกาสมากขึ้น เพราะได้แรงสนับสนุนจาก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ให้ ดร.ธนสาร (เปลี่ยนชื่อ) ไปเป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรี “จุฬาสินี” แต่บังเอิญให้มีนายจีรเดช ศรีวิราช นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ สอดแทรกเข้ามาในค่ายของ “ผู้กองธรรมนัส” อีกคน

จึงไม่แน่ใจว่าใครจะได้ขึ้นเป็น ส.ส.พะเยา เขต 3 ระหว่าง ดร.ธนสาร กับนายจีรเดช หรือจะมีการจัดสรรปันพื้นที่กันอย่างไร แต่ที่แน่ๆ การเลือกตั้งทั่วไปต้นปีหน้า (ถ้ามี) เก้าอี้ ดร.ไพโรจน์ ร้อนเป็นไฟนั่งไม่ติดก็แล้วกัน

สรุป ถ้าจังหวัดพะเยาอยู่ในมือของ “ผู้กองธรรมนัส” ทั้งหมด เหมือนสุพรรณบุรี หรือบุรีรัมย์ พะเยาอาจจะพ้นจากจังหวัดยากจนเกือบจะที่สุดในภาคเหนือก็เป็นได้

อนาคตกำลังจะอยู่ในมือของท่าน (อีกครั้งหนึ่ง) แล้ว.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.