จากลานนาถึงมหานคร

31154279_1256009551200701_7174925378308276224_n

ฉลอง พินิจสุวรรณ เป็น 1 ใน 9 สล่าเชียงรายในยุคบุกเบิก หรือเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา โดยมีอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เป็นสล่าเก๊า เป็นหัวโป่ของสล่าเชียงรายในการขับเคลื่อนศิลปะท้องถิ่นเชียงรายให้ได้รับการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชนอย่างแพร่หลาย ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ หลายต่อหลายครั้ง และจะยังเป็นแบบอย่างให้กับคนทำงานศิลปะรุ่นหลัง

ปัจจุบัน 9 สล่าเชียงรายในครั้งกระนั้นก็ได้ล้มหายตายจากไปที่หลายคน อาทิ สล่าจำรัส พรหมมินทร์, สล่าหลวงถวัลย์ ดัชนี, สล่าสมพล ยารังสี, สล่าสุเทพ นวลนุช สล่าเชียงรายที่ยังมีลมหายใจอยู่อีก 5 คน เช่น สล่าเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, สล่ายอดชาย ฉลองกิจสกุล, สล่าเรวัตร ดีแก้ว, สล่าสมพงษ์ สารทรัพย์ และสล่าฉลอง พินิจสุวรรณ

ฉลองจึงเป็น 1 ใน 5 ของสล่าเชียงรายที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยความรักปรากฏรูป และมีความศรัทธาในงานศิลปะ ยังทำงานตามหน้าที่ของตนต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ฉลองก็เป็นฉลองคนเดิม ยังวาดรูป เขียนหนังสือ และเล่นดนตรี ไปตามวิถีชีวิตแห่งตน เหมือนลมหายใจเข้าออก แม้จะอยู่ในวัย 66 ปี ไอเหมือนฟานโขกก็ตาม

การแสดงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัครในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงเดี่ยวครั้งที่ 4 และถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้นำเอาผลงานศิลปะมาจัดแสดงเดี่ยวที่กรุงเทพฯ แต่สำหรับการแสดงผลงานกลุ่ม เขาเคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงผลงานมาแล้วกว่า 100 ครั้ง ทั้งในท้องถิ่นล้านนา กรุงเทพฯ และอีกหลายประเทศในทวีปเอเชีย

การจัดแสดงผลงานศิลปะจากปลายปากกา จุด..จุด..จุด.. ออกมาเป็นผลงานตามที่ต้องการ ประมาณ 40 ชิ้น มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์นานอยู่หลายปี เพราะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่มีความละเอียดมากจากปลายปากกาเพียงด้ามเดียว ไม่ว่าจะวาดลงบนแผ่นกระดาษหรือบนผืนผ้าใบ จะเป็นขนาดเล็กหรือชิ้นใหญ่ ขนาดไหนก็ใช้ปากกาเพียงด้ามเดียว เจ้าตัวบอกว่า… “การทำงานศิลปะ ก็เหมือนกับการทำสมาธิ ที่ไม่ใช่การหายใจเข้าออก แต่เป็นสมาธิที่เกิดจากการวาดรูป ทำให้ได้ทั้งสมาธิและผลงาน”

ความละเอียดลออของผลงาน ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นชินกับเทคนิคการวาดภาพด้วยวิธีการ จุด..จุด..จุด.. แบบนี้ ความละเอียดทำให้ดูเหมือนกับภาพพิมพ์ไปเลยก็มี แต่ต้องดูกันอย่างพินิจพิเคราะห์จึงจะเข้าใจ

ปกติคนทั่วไปมักเข้าใจว่า… ปากกามีไว้สเก็ตภาพหรือการร่างภาพอย่างง่ายๆ เป็นภาพผลงานชิ้นเล็กๆ ไม่ใช่การสร้างผลงานชิ้นใหญ่ ขนาด 2-3 เมตร ที่ต้องใช้เวลาในการจุด..จุด..จุด.. นานถึง 5-6 เดือน

สล่าฉลอง ใช้ปากกาในการวาดรูปมานานกว่า 30 ปี ไม่มีเปลี่ยน จะเปลี่ยนก็เฉพาะสาระเรื่องราวเท่านั้น เขาสามารถวาดได้ภาพคน สัตว์ วัตถุสิ่งของ วิถีชีวิตวัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม

“จากลานนาถึงมหานคร” เกิดจากผลงานหลายๆ ชุดมารวมกัน เช่น วิถีชีวิตของชาวนา ในยุคที่ชาวนายังใช้แรงงานจากคนและสัตว์ในการทำไร่ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว นวดข้าว และล้อเกวียนที่ใช้ในการบรรทุกชักลาก ที่ต้องใช้แรงงานจากวัวและควาย เป็นต้น

“บันทึกระหว่างทาง” เป็นการบันทึกด้วยภาพเขียนระหว่างการเดินทาง ที่ต้องรอนแรมข้ามคืนวันเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ณ ห้วงเวลานั้น และสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยน้ำมือของมนุษย์ นั่นคือการตัดไม้ทำลายป่าให้กลายเป็นภูเขาหัวโล้น แล้วทำการปลูกไร่ชา กาแฟ และข้าวโพด เป็นต้น ไม่ทราบว่าคิดกันได้อย่างไร ตัดต้นไม้ใหญ่อันเป็นต้นน้ำลำธาร แล้วปลูกไม้ล้มลุก นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดบ้านร้อนเมืองแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และเราก็บ่นกันว่าโลกร้อน โลกร้อน

และยังมีผลงานจากสิ่งแวดล้อมอีกชิ้นหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นพระเอกของการแสดงผลงานศิลปะในครั้งนี้ ก็คือ “มหานคร” เป็นผลงานที่สะท้อนถึงสังคมในเมืองใหญ่ เมืองหลวง ที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีต ด้วยอารมณ์ที่สะเทือนใจ เมื่อมีโอกาสไปเยี่ยมลูกชายที่อยู่กรุงเทพฯ ได้มองเห็นทัศนียภาพในมุมสูงของตึกรามบ้านช่องที่ใหญ่โตมโหฬาร สูงเสียดฟ้าและต่ำต้อยเพียงดิน จึงเป็นที่มาของผลงานในชุด “จากลานนาถึงมหานคร”

ผลงานมีการจัดแสดงไปถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 089-6319438

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.