ทุกปัญหามีทางออก

ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 เชียงใหม่ กรมสุขภาพจิตจัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตแก่นักสื่อสารมวลชน ที่โรงแรมเดอะปาร์ค เชียงใหม่ โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้ารับการอบรม และ น.ส.ลัดดาวัลย์ พิบูลย์ศรี อดีตหัวหน้ากลุ่มการพยาบาลและรองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลสวนปรุง เชียงใหม่ คุณวงค์พรรณ มาลารัตน์ นักกิจกรรมบำบัดชำนาญการ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 คุณประสงค์-ศักดิ์ เจนกิจจาไพบูลย์ (หมอเบิร์ด) นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลสวนปรุง นพ.อภิชาติ ดำรงไชย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลสวนปรุง เป็นคณะผู้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตในเรื่องต่างๆ ตลอด 2 วันของโครงการ นอกจากนั้น ยังมีการเสวนา “บทบาทนักสื่อสารมวลชนต่องานสุขภาพจิต” โดย ผอ.อุบลรัตน์ คงกระพัน ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ ผศ.มุกดา ชาติบัญชาชัย อดีตอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะเพลงพื้นบ้าน ประจำปี 2560 ร่วมเสวนา สุดท้าย นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นผู้ปิดการอบรม/เสวนา พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม

dscf8725.jpg
นักสื่อสารมวลชนรับมอบเกียรติบัตรจากรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

สาระสำคัญพอสรุปได้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตซึ่งเป็นโรคเรื้อรังอยู่ประมาณ 1 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ป่วยโรคจิตประมาณ 500,000 คน โรคซึมเศร้า 300,000 คน และติดเหล้า 200,000 คน ยิ่งกว่านั้น ยังมีปัญหาการฆ่าตัวตายซ้ำเติมเข้ามาอีก โดยเฉพาะในหลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนบน มีสถิติการฆ่าตัวตายมากที่สุดในประเทศ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ และโรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ก็มีอยู่น้อย จึงจำต้องอาศัยสื่อในการให้ความรู้และช่วยแก้ปัญหาแก่ประชาชน เพื่อช่วยแก้และป้องกันปัญหาก่อนจะมาถึงขั้นบำบัดรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศที่มีเพียง 19 แห่ง (ในภาคเหนือมีโรงพยาบาลสวนปรุง เชียงใหม่ กับโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ และกำลังก่อสร้างอยู่ที่พิษณุโลกอีก 1 แห่ง)

ยิ่งปัจจุบัน สังคมมีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมากขึ้น คนก็มีความเครียดหรือสุขภาพจิตไม่ดีตั้งแต่ขับรถออกจากบ้านมาอยู่บนถนนแล้ว มาถึงที่ทำงานก็อาจจะเครียดกับงานและเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายอีก กลับไปบ้านก็อาจจะมีความเครียดกับสามีภรรยาหรือลูกซ้ำเข้าไป ปัญหาใหญ่ทุกวันนี้คือคนไทยสุขภาพจิตไม่ค่อยดี ซึ่งจะต้องช่วยกันแก้ด้วยความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย และจะต้องพยายามลดอัตราการฆ่าตัวตายลงให้ได้ โดยอาศัยความรู้ที่มีอยู่และความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตและนักสื่อสารมวลชน

นอกจากนั้น พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 ยังให้บุคคลที่พบบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตที่อยู่ในภาวะอันตราย หรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษ สามารถแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ดำเนินการนำตัวไปยังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบำบัดรักษาซึ่งอยู่ใกล้โดยไม่ชักช้า เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการ (มาตรา 22, 23, 24) ได้ด้วย

8 สิ่งที่ควรรีบทำ...เมื่อเห็นสัญญาณเตือนเสี่ยงฆ่าตัวตาย

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.