ทหารเต้น อบจ.ป่วน

จากพฤติกรรมยั่วยุอหังการ์ของนายจิรายุ เผ่ากา สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย หลายประการ ทำให้ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย (กกล.รส.ชร.) พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ต้องทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายจิรายุ เผ่ากา แล้วรายงานให้ฝ่ายทหารทราบ หลายฝ่ายนิ่งเฉยจนล่วงเลยมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบัน ปัดฝุ่นส่งเรื่องให้ประธานสภา อบจ.เชียงราย สอบพฤติกรรมอีกหน แต่คณะกรรมการสอบซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบจ.พวกเดียวกันกลับเล่นแง่ ให้จังหวัดส่งหลักฐานมาก่อนกรรมการถึงจะพิจารณาได้ ขณะเดียวกัน ทางผู้ใหญ่บ้าน 12 หมู่บ้านใน ต.แม่อ้อ อ.พาน ก็ดื้อแพ่งคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่อนุญาตให้ฟาร์มสุกรดำเนินการต่อไปได้ โดยอ้างชาวบ้านร้องทุกข์ ไปยื่นหนังสือกับกำนัน ต.แม่อ้อ และนายอำเภอพาน แต่ถูก “สหพันธ์ปฏิรูปแม่อ้อ” ร้องกลับ ให้เอาผิดกับผู้ใหญ่ทั้ง 12 หมู่บ้าน ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 อีกทั้งกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่หลายมาตรา ส่วนจิรายุกับพวกรวม 29 คน ถูกบริษัทฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย 500 ล้านบาทแล้ว

เหตุการณ์พิสูจน์ความขลังของกฎหมายและความแข็งแกร่งของทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย (กกล.รส.ชร.) รายนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 เมื่อพล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์
ผู้บัญชาการ กกล.รส.ชร.มีหนังสือที่ คสช.(รส.) 3.9/044 ลงวันที่ 20 กันยายน 2560 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ในขณะนั้น) ให้พิจารณาแต่งตั้งกรรมการระดับจังหวัดตรวจสอบพฤติกรรมของนายจิรายุ เผ่ากา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เขต อ.พาน เนื่องจากมีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกขึ้นในพื้นที่ ตลอดจนก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อกฎหมายและการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ผลประการใดแล้วรายงานให้ กกล.รส.ชร.ทราบ เหตุการณ์พิสูจน์ความขลังของกฎหมายและความแข็งแกร่งของทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย (กกล.รส.ชร.) รายนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 เมื่อพล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการ กกล.รส.ชร.มีหนังสือที่ คสช.(รส.) 3.9/044 ลงวันที่ 20 กันยายน 2560 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ในขณะนั้น) ให้พิจารณาแต่งตั้งกรรมการระดับจังหวัดตรวจสอบพฤติกรรมของนายจิรายุ เผ่ากา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เขต อ.พาน เนื่องจากมีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกขึ้นในพื้นที่ ตลอดจนก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อกฎหมายและการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ผลประการใดแล้วรายงานให้ กกล.รส.ชร.ทราบ

พฤติกรรมไม่เหมาะสม ในหนังสือดังกล่าวได้ระบุรายละเอียดด้วยว่า นายจิรายุมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่หลายประการ เช่น เป็นแกนนำต่อต้านการก่อสร้างฟาร์มหมูใน ต.แม่อ้อ ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงของประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนการเคลื่อนไหวให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิน-วัตร เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2560 โดยการชูป้ายให้กำลังใจบริเวณตลาดคลองถม ต.แม่-อ้อ ร่วมประชุมจัดสรรงบประมาณประจำปีของ อบจ.เชียงราย โดยมีนางสลักจฤฎดิ์ติยะไพรัช เป็นประธาน ทั้งๆ ที่นาง
สลักจฤฎดิ์ อยู่ระหว่างถูกศาลฎีกาเพิกถอนตำแหน่งนายก อบจ.เชียงราย และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี อยู่เบื้องหลังการไม่ลงนามเอ็มโอยูของผู้ใหญ่บ้าน 12 หมู่บ้าน ในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือสร้างความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างนายอำเภอพานกับนายก อบต. ทั้งๆ ที่อีก 8 หมู่บ้าน ลงนามและมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นสักขีพยาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ เช่น การยิงปืนหน้าร้านอาหาร อีกด้วย

หลายฝ่ายทำหูทวนลม ระหว่างนั้นเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณจะมีการเกษียณอายุ และโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่พอดี นายบุญเวทย์ ศรีพวงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ทำหนังสือลงวันที่ 29 กันยายน 2560 ถึงรอง ผอ.รมน.เชียงราย (ฝ่ายทหาร) ผบก.ตร.ภ.จ.ชร. ปลัดจังหวัดเชียงราย นายก อบจ.เชียงรายท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย และนายอำเภอพาน ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ในประเด็นที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรม นายจิรายุ เผ่ากา ยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ต.แม่อ้อ กระด้างกระเดื่องต่อกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยให้รายงานให้จังหวัดทราบภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2560

ผู้ว่าฯ ใหม่ให้เวลาสอบ 30 วัน แต่ไม่ทันดำเนินการก็มีการเกษียณและโยกย้ายใหญ่เกิดขึ้นเสียก่อน กระทั่งนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร มารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ได้ปัดฝุ่นนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ คราวนี้มีหนังสือไปถึงประธานสภา อบจ.เชียงราย นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ กกล.รส.ชร. แจ้งมาว่าปัจจุบันมีข้อขัดแย้งเป็นอย่างมากในพื้นที่ อ.พาน นำโดยนายจิรายุ เผ่ากา โดยให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 แล้วรายงานการดำเนินการและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้จังหวัดทราบภายใน 30 วัน

ตั้งกรรมการพวกเดียวกันเอง นายสุธีระพงษ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย เมื่อรับเรื่องแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการในทันทีตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายจิรายุ ตามที่กองกำลังรักษาความสงบฯ แจ้งมาแล้วรายงานให้จังหวัดทราบภายใน 30 วัน (16 ธันวาคม 2560) แต่ อบจ.เชียงราย ก็ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยข้ามปีมาจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2561 จึงได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวม 8 คน มีนายวสุพลจตุรคเชนทร์เดชา ส.อบจ.เขต อ.เชียงของ เป็นประธาน นางอทิตาธร วันไชยธน-วงศ์ ส.อบจ.เขต อ.เทิง นางอิสราง อุดม ส.อบจ.เขต อ.เมือง นางทรงศรี คมขำ ส.อบจ.เขต อ.เมือง นาย
สมชาติ ขวัญชัย ส.อบจ.เขต อ.แม่ลาว นายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น ส.อบจ.เขต อ.แม่จัน เป็นกรรมการ นาย
สมนึก ใจจักร์ ส.อบจ.เขต อ.เมือง เป็นกรรมการและเลขานุการ นายประสิทธิ์ เด่นศิริโยธา นิติกร อบจ.เชียงราย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการสอบเล่นแง่ให้จังหวัดส่งหลักฐานก่อน กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มี ส.อบจ. 7 นิติกร 1 ประชุมแล้วได้ข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการได้รับเพียงสำเนาหนังสือของจังหวัดกับสำเนาหนังสือของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงราย เรื่องให้พิจารณาพฤติกรรมของนายจิรายุเผ่ากา เท่านั้น ยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดประกอบอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงใดๆ ได้ พิจารณาแล้วจึงขอให้สภา อบจ.เชียงราย มีหนังสือถึงจังหวัดเชียงรายจัดส่งรายละเอียดข้อมูล เอกสาร ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ (ถ้ามี) สำเนาบันทึกหลักฐานในการกระทำการ สำเนาบันทึกคดีประจำวันและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป โดยคณะกรรมการก็จะเข้าพบเจ้าหน้าที่หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ตามบันทึกข้อความที่นายวสุพล จตุรคเชนทร์เดชา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำถึงประธานสภา อบจ.เชียงรายผู้ออกคำสั่ง

ผู้ใหญ่บ้านโยนเผือกร้อนให้นายอำเภอ ทางด้าน ต.แม่อ้อ อ.พาน ผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกระดมชาวบ้านบางส่วนของ ต.แม่อ้อ ให้ต่อต้านฟาร์มสุกรก็ยังไม่ละความพยายาม เมื่อปรากฏว่ามีผู้ใหญ่บ้าน 12 หมู่บ้าน ในจำนวน 20 หมู่บ้านของ ต.แม่อ้อ ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ให้ต่อใบอนุญาตให้ฟาร์มสุกร โดยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 12 นายอ้างว่าได้รับการร้องเรียนร้องทุกข์จากราษฎรในเขตพื้นที่หมู่ 1,2,3,6,7,8,11,13,14,15,16, และ 19 ว่า ได้รับผลกระทบจากการสร้างฟาร์มในพื้นที่ของตนเอง จึงได้มาร้องทุกข์คัดค้านการออกใบอนุญาตสร้างฟาร์มกับนายอำเภอพาน

เผยโฉมผู้ใหญ่ 12 หมู่บ้าน สำหรับผู้ใหญ่บ้านที่ลงชื่อร้องทุกข์คัดค้านถึงนายอำเภอพานดังกล่าวประกอบด้วย หมู่ 1 นายบุญเชิด ติ๊บมา, หมู่ 2 นายอดุลย์ จอมแก้ว, หมู่ 3 นายมานพ ยะทา, หมู่ 6 นายทองลั่น ทะริน, หมู่ 7 นายอินผ่านอุดติ๊บ, หมู่ 8 นายจรัญ ปิจจวงค์, หมู่ 11 นายอุดม พุทธวงศ์, หมู่ 13 นายเสน่ห์ อวดลึก, หมู่ 14 นายสันติสุข เทพอุโมงค์, หมู่ 15 นายนพชัย เผ่ากา, หมู่ 16 นางบุศรินทร์ พุทธวงค์ และหมู่ 19 นายสมชาย จันทร์แก้ว นำโดยนายจรัญ ปิจจวงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 นอกจากยื่นหนังสือคัดค้านการออกใบอนุญาตสร้างฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ต่อนายอำเภอพานในวันที่ 15 มกราคมแล้ว ผู้ใหญ่บ้าน 12 หมู่บ้านก็ยังได้ไปยื่นหนังสือดังกล่าวต่อนายสุเนตร โกมล กำนันตำบลแม่อ้อ ด้วย จนนายสุเนตรต้องทำหนังสือแจ้งให้กรรมการผู้จัดการบริษัท ที.วี.เอฟ.ฟาร์มมิ่ง ผู้ประกอบการฟาร์มสุกรทราบในวันต่อมา 16 มกราคม 2561

ฝ่ายสหพันธ์โต้กลับเอาผิด 12 ผญบ. ทันทีที่ผู้ใหญ่บ้าน 12 หมู่บ้านยื่นหนังสือร้องทุกข์คัดค้านการสร้างฟาร์มสุกรที่ ต.แม่อ้อ ต่อนายอำเภอพาน สหพันธ์ปฏิรูปแม่อ้อ นำโดยนายพงศ์ภัค พุทธวงศ์ เลขาธิการสหพันธ์ปฏิรูปแม่อ้อ ก็ได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอพานเช่นกัน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 โดยขอให้สอบสวนการกระทำความผิดของ 12 ผู้ใหญ่บ้าน ต.แม่อ้อ ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2552 ที่ยุยงส่งเสริมให้ราษฎรกระทำผิดกฎหมาย คัดค้านต่อต้าน คำวินิจฉัยและคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รายละเอียดอยู่ใน “เชียงรัฐ” ปักษ์แรกธันวาคม 2560) สร้างความแตกแยกขึ้นในหมู่บ้าน และอื่นๆ อีกหลายข้อ (อ่านรายละเอียดประกอบ หน้า 4) จึงขอให้นายอำเภอพานดำเนินการตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2552 มาตรา 14(7) และ (10) ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ความผิดอาญามาตรา 157 หรือไม่ภายใน 7 วัน หากยังไม่มีผลการสอบสวนใดๆ ออกมา สหพันธ์ปฏิรูปแม่อ้อก็ความจำเป็นที่จะต้องทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป

บริษัทฟ้องจิรายุกับพวกแล้ว ทางด้านการดำเนินคดีตามกฎหมาย บริษัท ที.วี.เอฟ.ฟาร์มมิ่ง จำกัด ได้ยื่นฟ้องนายจิรายุกับพวกรวม 29 คน ต่อศาลจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยศาลรับฟ้องเป็นคดีดำที่ 64/2561 ซึ่งบริษัท โดยกรรมการผู้จัดการ นายถนอมศักดิ์ เสรีวิชยสวัสดิ์ (อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย) เป็นโจทก์ นายจิรายุ เผ่ากา กับพวกรวม 29 คน เป็นจำเลย ในข้อหาละเมิดเรียกค่าเสียหาย 500 ล้านบาท ส่วนจำเลยคนสำคัญคือนายจิรายุ กับนายธีรพงษ์ เผ่ากา ซึ่งทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน เป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.พาน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ฝ่ายนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ซึ่งพรรคเพื่อไทยและแกนนำ “เสื้อแดง” ให้การสนับสนุน โดยนายธีรพงษ์ ที่เคยเป็นถึงเลขาธิการนายก อบจ.เชียงราย

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าการคัดค้านต่อต้านฟาร์มสุกรถูกกฎหมายซึ่งยืดเยื้อมาเป็นเวลานานหลายปีที่ ต.แม่อ้อ โดยการยุยงปลุกปั่นบิดเบือนกฎหมาย จะเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองกับนักลงทุนในท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เท่ากับว่า “นักการเมือง” (ชั่ว) นอกจากจะมีการทุจริตคอรัปชั่นอยู่ในสายเลือดแล้ว ยังจะชักนำชาวบ้านที่ไม่รู้เท่าทัน กลั่นแกล้งผู้ประกอบธุรกิจสุจริตให้ได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายต่อการลงทุน ธุรกิจและประเทศชาติอีกด้วย สมควรที่หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเช่นนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดจะลงมาดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที ไม่ควรที่จะ “ลอยตัว” ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยเหนือหรือศาล โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของอบจ.ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับของทางราชการอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ. อบจ.พ.ศ.2540 มาตรา 77 ถึงมาตรา 80 คือถึงขั้นยุบจะสภา อบจ.เสียก็ได้ โดยเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.