อดีตปธ.หอฯ ฟ้องพี่น้อง“เผ่ากา”

ข้อหาละเมิดเรียกค่าเสียหาย 500 ล้าน จากนายจิรายุและนายธีรพงษ์ เผ่ากา กับพวกรวม 20 คน คดีผลระดมชาวบ้าน ต.แม่อ้อ อ.พาน ต่อต้านการสร้างฟาร์มหมูของบริษัท อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย นายสัตวแพทย์ ถนอมศักดิ์ เสรีวิชยสวัสดิ์ประท้วง

บริษัท ที.วี.เอฟ ฟาร์มมิ่ง โดยนายถนอมศักดิ์ เสรีวิชยสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการเตรียมยื่นฟ้องนายจิรายุ เผ่ากา กับพวก 29 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีพี่ชายนายจิรายุ คือนายธีรพงษ์ เผ่ากา รวมอยู่ด้วย หลังจากที่ยื่น บริษัท ที.วี.เอฟ ฟาร์มมิ่ง โดยนายถนอมศักดิ์ เสรีวิชยสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการเตรียมยื่นฟ้องนายจิรายุ เผ่ากา กับพวก 29 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีพี่ชายนายจิรายุ คือนายธีรพงษ์ เผ่ากา รวมอยู่ด้วย หลังจากที่ยื่นโนติ๊สไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบภายใน 15 วันแต่อย่างใด กลับเหิมเกริมจะทำการต่อต้านขึ้นอีก ในคำฟ้องระบุว่าบริษัทเป็นผู้ประกอบการเอกชน ได้ซื้อที่ดินจำนวน 153 ไร่เศษ ในพื้นที่หมู่ 11 ต.แม่อ้อ อ.พาน ซึ่งเป็นที่นาและที่ดินว่างเปล่า อยู่ห่างจากแนวเขตพื้นที่ชุมชนประมาณ 1.3 กิโลเมตร เพื่อประกอบกิจการเพาะเลี้ยงหมูประเภทฟาร์มหมูปิด โดยจะเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ประมาณ 4,800 ตัว ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เมื่อก่อสร้างเสร็จ ซีพีเอฟจะเข้าร่วมดำเนินการบริหารจัดการ ภายใต้มาตรฐาน ISO 14001 ของกรมปศุสัตว์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน ไม่ปล่อยน้ำเสียออกจากฟาร์ม มีการบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ มีระบบฟอกอากาศลดกลิ่นที่ออกจากเล้าสุกร  แต่ปรากฏว่า ยังไม่ทันไร นายจิรายุ เผ่ากา ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต อ.พาน อยู่ในขณะนี้ ได้ปลุกระดมชาวบ้าน ต.แม่อ้อ ให้ร่วมกันต่อต้านการจะสร้างฟาร์มสุกรของบริษัท โดยการโพสต์ข้อความเชิญชวนชาวบ้านและติดป้ายประท้วงคัดค้านการสร้างฟาร์มตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2558 เรื่อยมา จนวันที่ 10 มกราคม 2559 นายจิรายุกับพวกรวม 29 คน ก็ได้เปิดเวทีปราศรัยคัดค้านการสร้างฟาร์มโดยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนความจริง พร้อมทั้งติดป้ายประกาศปลุกระดมชาวบ้านและพระสงฆ์ให้ร่วมมือกันต่อต้านคัดค้านการสร้างฟาร์มสุกรของบริษัท กระทั่งวันที่ 10 มิถุนายน 2559 นายจิรายุกับพวกทั้ง 29 คน ก็ได้นำชาวบ้านกับพระสงฆ์ ยื่นหนังสือต่อนายก อบต.แม่อ้อ โดยให้พระสงฆ์ไปหลายรูป ร่วมกันกดดันนายก อบต.แม่อ้อ ไม่ให้ออกใบอนุญาตก่อสร้างฟาร์มสุกรให้บริษัท และยังได้นำชาวบ้านกว่า 300 คน บุกไปยังสำนักงาน อบต.แม่อ้อ โดยการเอาขี้หมูไปเทในสำนักงาน อบต. เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง เผาโลงศพและปราศรัยโจมตีบริษัทเพื่อกดดันไม่ให้นายก อบต.แม่-อ้อ พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการให้บริษัท เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2559 แต่จนแล้วจนรอด คณะทำงานของ อบต.แม่อ้อ พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ผ่านการกลั่นกรอง ตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าฟาร์มของบริษัทเป็นฟาร์มสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบฟอกอากาศกำจัดกลิ่น ไม่มีแมลงวัน มีบ่อหมักไบโอแก๊สและยังสร้างอาชีพรายได้ให้กับคนใน ต.แม่อ้อ เช่น การจ้างแรงงาน การแจกจ่ายปุ๋ยหมักปุ๋ยอินทรีย์ให้กับเกษตรกรฟรี เป็นต้น อบต.แม่อ้อ จึงออกใบอนุญาตประกอบกิจการฟาร์มสุกรให้บริษัท เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 แต่พอบริษัทจะเข้าทำการปรับพื้นที่เพื่อทำการถมดินก่อสร้างฟาร์ม นายจิรายุกับพวกทั้ง 29 คน ก็ได้นำชาวบ้านมาตั้งสิ่งกีดขวางทางเข้าที่ดิน ไม่ให้บริษัทดำเนินการปรับหน้าดินได้ และยังได้ล่ารายชื่อชาวบ้านเพื่อถอดถอนนายก อบต.แม่อ้อ ในวันที่ 19 กันยายน 2559 อีกด้วย ยิ่งกว่านั้น ยังได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองเชียงใหม่ให้เพิกถอนใบอนุญาตบริษัท และเมื่อใกล้จะครบกำหนด 1 ปี ตามใบอนุญาตที่ออกให้ครั้งแรกในวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 นายจิรายุกับพวก ก็ได้จัดเวทีปราศรัยขึ้นอีกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 เพื่อกดดันไม่ให้นายก อบต.แม่อ้อ เจ้าพนักงานท้องถิ่น ต่อใบอนุญาตให้บริษัท ทำให้นายก อบต.แม่อ้อ จำต้องยินยอมและรับปากว่าจะไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้บริษัทตามที่นายจิรายุกับพวกกดดันเรียกร้อง แล้วนายก อบต.แม่อ้อ ก็ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้บริษัทจริงๆ โดยมีหนังสือแจ้งให้บริษัททราบในวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 บริษัทจำต้องยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 เพราะคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการสำคัญผิดในเนื้อหาและเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ตลอดจนรัฐธรรมนูญ และในที่สุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว วินิจฉัยว่าการที่เจ้าหนักงานท้องถิ่น อบต.แม่อ้อ ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้แก่บริษัทที.วี.เอฟ ฟาร์มมิ่ง นั้น เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎมาย จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นเสีย เท่ากับว่า อบต.แม่อ้อ ต้องต่ออายุใบอนุญาตให้บริษัทตามที่บริษัทยื่นเรื่องไว้ การกระทำของนายจิรายุกับพวกรวม 29 คน ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายหลายประการ อาทิ การลงทุนซื้อที่ดินจำนวน 153 ไร่เศษ เป็นเงิน 14 ล้านบาท การลงทุนเตรียมปรับหน้าดินและก่อสร้างโรงเรียนจำนวน 236 ล้านบาทเศษ ซึ่งบริษัทต้องใช้เงินทุนของตนเอง 30% เป็นเงินกว่า 70 ล้านบาทและกู้เงินจากธนาคารอีก 70% เป็นเงิน 165 ล้านบาทเศษ ซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารร้อยละ 7 ต่อปี และจากการประท้วงคัดค้านของนายจิรายุกับพวก ทำให้บริษัทต้องชะลอการก่อสร้าง ขาดประโยชน์จากการประกอบกิจการ สูญเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก และยังต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจากธนาคารจำนวนมหาศาล อีกทั้ง ถ้านายจิรายุกับพวกไม่ทำการต่อต้าน ปล่อยให้บริษัทดำเนินการไปตามปกติ บริษัทจะมีรายได้จากการประกอบกิจการฟาร์มสุกรอีกไม่น้อยกว่าปีละ 30ล้านบาท

การกระทำของ 29 คนนี้ เป็นการกระทำละเมิดต่อบริษัท ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ขาดประโยชน์ในการสร้างรายได้มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ถึงปัจจุบันรวมประมาณ 30 เดือน คิดเป็นเงินกว่า 450 ล้าน นอกจากนั้น ยังต้องสูญเสียเงินค่าใช้จ่ายชี้แจงเหตุการณ์ ต่อสู้คดีต่อศาลปกครอง ชี้แจงต่อกรรมาธิการ ต่อกองทัพบก ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและอื่นๆ อีกกว่า 5 แสนบาท โดยสรุปแล้วเสียหายทั้งสิ้นกว่า 552 ล้านบาท แต่บริษัทขอคิดเพียง 500 ล้านบาท ที่จะขอให้นายจิรายุกับพวกรวม 29 คน ชดใช้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป และนายจิรายุกับพวกจะต้องงดเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์อีกต่อไป.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.