ได้เวลาดัน “บรรเจิด”

160614151756
นายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัด อบจ. , รักษาการปลัด อบจ. ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย

สถ.เปิดรับสมัครสอบตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น 9,000 อัตรา 20 พฤศจิกายนนี้ แบ่งการประเมิน 5 กลุ่ม วางกฎเข้มทั้งประเมินสมรรถนะทางการบริหาร สอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย 10 หัวข้อวิชา สถ.เปิดรับสมัครสอบตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น 9,000 อัตรา 20 พฤศจิกายนนี้ แบ่งการประเมิน 5 กลุ่ม วางกฎเข้มทั้งประเมินสมรรถนะทางการบริหาร สอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย 10 หัวข้อวิชา

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 นี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่นว่า คณะอนุกรรม-การฯ ได้กำหนดให้มีการรับสมัครข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ทั้งการเลื่อนระดับสูงขึ้นและการเปลี่ยนสายงานในตำแหน่งประเภทอำนวยการท้องถิ่น ประเภทบริหารท้องถิ่น และสายงานบริหารสถานศึกษา ได้แก่ ตำแหน่งปลัด/รองปลัด/ผู้อำนวยการ/หัวหน้าฝ่าย/ผู้อำนวยการสถานศึกษา/รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวนกว่า 9,000 อัตรา โดยแบ่งเป็นตำแหน่งของผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ประมาณ 500 อัตรา ตำแหน่งของผู้บริหารของเทศบาล ประมาณ 5,000 อัตรา ตำแหน่งของผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล ประมาณ 4,000 อัตรา และตำแหน่งของผู้บริหารของเมืองพัทยา ประมาณ 40 อัตรา โดยกำหนดให้เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ทางระบบ Internet และชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร ณ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่นในครั้งนี้ กำหนดให้มีการประเมิน 2 ภาค คือ ภาคความรู้ความสามารถ และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มตำแหน่งระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง กลุ่มผู้อำนวยการสถานศึกษา และกลุ่มรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งจะมีการสอบข้อเขียนทั้งแบบอัตนัยและปรนัย ในขอบเขตหัวข้อ 10 วิชาที่จำเป็นในงาน สำหรับกลุ่มตำแหน่งระดับสูง ก็ให้ประเมินสมรรถนะทางการบริหารแบบปรนัยและอัตนัย

สำหรับการสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่นในครั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นย้ำว่า ยังไม่สามารถสมัครสอบข้ามประเภทท้องถิ่นได้ ผู้ที่สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องสมัครตามประกาศและเงื่อนไขขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่อาจไปสมัครเพื่อดำรงตำแหน่งในเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยาได้ และที่สำคัญ ขอให้ผู้สมัครสอบได้ศึกษารายละเอียดในประกาศ โดยเฉพาะเงื่อนไขคุณสมบัติเกี่ยวกับคุณวุฒิการศึกษา และระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในสายงาน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ http://www.dla.go.th หัวข้อ “การสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ท้องถิ่น” หรือสอบถามสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดได้เช่นกัน

ส่วนการทดสอบความรู้ความสามารถมีหัวข้อวิชา คือ กฎหมาย ความรู้เรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผล ระบบการจัดการองค์กร การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาบุคลากร สถานการณ์ภายนอกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่ ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและความรู้เกี่ยวกับการบริหารราชการ ผู้สมัครสอบทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบภาคความรู้ความสามารถนี้ก่อน จึงจะมีสิทธิเข้ารับการทดสอบภาคความเหมาะสม คะแนนเต็ม 100 คะแนน คือการสัมภาษณ์ 40 คะแนน ผลงานที่ประสบความสำเร็จ 20 คะแนน การนำเสนอวิสัย-ทัศน์ 20 คะแนน ประวัติการรับราชการ 20 คะแนน แบ่งออกเป็นวุฒิการศึกษา 5 คะแนน ความผิดทางวินัยย้อนหลัง 5 ปี 5 คะแนน และความดีความชอบย้อนหลัง 5 ปี 5 คะแนน นอกจากนั้น ผู้ผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถจะต้องส่งเอกสารผลงานและวิสัย-ทัศน์ คือผลงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว อันเกิดผลดีและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการสามารถที่จะนำไปเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่นหรือหน่วยงานส่วนราชการอื่นได้ เช่น การจัดทำโครงการที่มีลักษณะเป็นความคิดริเริ่ม หรือเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดผลดี มีผู้ได้รับผลระโยชน์เป็นจำนวนมาก หรือการคิดค้นแนวทางบริหารงานใหม่ๆ และสามารถนำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จได้ผลดียิ่ง ซึ่งเป็นผลงานย้อนหลังไม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2557 โดยมีความยาวไม่เกิน 4 หน้า กระดาษ A4 ใช้แบบอักษร TH SarabunIT9 ขนาด 16 พ.

ส่วนวิสัยทัศน์จะต้องเขียนในหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งให้ทราบในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหา

เรื่องการเปิดสอบผู้บริหาร อบจ.ทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูงนี้ นับเป็นโอกาสดีที่รองปลัด อบจ.เชียงราย นายบรรเจิด ภูสมศรี ที่ควบตำแหน่งรักษาราชการแทนปลัด อบจ., ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงรายมากว่า 2 ปี จะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นปลัด อบจ.อย่างเต็มตัวเสียที หากสมัครสอบ สอบได้ และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารระดับสูง โดยที่ไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคนไหนในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.จ.) จะสามารถจัดการให้นายบรรเจิดพ้นจากการควบ 3 ตำแหน่งดังกล่าวได้ ทั้งๆ ที่มีผู้ขอโอนย้ายมาเป็นปลัด อบจ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2559 หลังจากปลัด อบจ.คนเก่า นางอัมพวัน ศรีวรรณยศ เกษียณอายุใหม่ๆ ได้เพียง 3 วัน ทำให้ตำแหน่งปลัด อบจ.เชียงราย ว่างลง

ผู้ขอโอนย้ายรายนี้คือ นายณัฐกิตติ์ หนูรอด ปลัด อบจ.พัทลุง นักบริหารท้อง-ถิ่นระดับสูง อัตราเงินเดือน 51,140 บาท ขอโอนย้ายด้วยความยินยอมของนายก อบจ.พัทลุง มาตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่สามารถรับโอนข้าราชการ อบจ.อื่นมาดำรงตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 15 วันนับแต่ตำแหน่งว่าง แต่ อบจ.เชียงรายก็ไม่พิจารณาดำเนินการ กลับดำเนินการสรรหาตำแหน่งรองปลัด อบจ.แทนตำแหน่งที่ว่างโดยวิธีคัดเลือกข้าราชการ อบจ.ด้วยกัน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ทั้งๆ ที่ปลัด อบจ.เป็นตำแหน่งบริหารที่มีความสำคัญมากกว่า และเป็นข้าราชการระดับสูงสุดขององค์กรในเชิงบริหาร ตาม พ.ร.บ.อบจ.2540 นายณัฐกิตติ์ จึงได้มีหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 โดยระบุด้วยว่าอำนาจหน้าที่ของรองปลัด อบจ.จะปฏิบัติหน้าที่ได้จะต้องเกิดจากปลัด อบจ.มอบหมายงานให้รับผิดชอบจึงปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น รองปลัด อบจ., รักษาราชการแทนปลัด อบจ.จะมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบของปลัด อบจ.ให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นรองปลัด อบจ.นั้น จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผนและธรรมเนียมปฏิบัติ เนื่องจากการมอบอำนาจเป็นสิทธิของผู้ดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.โดยตรง การที่ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลเดียวกัน จึงเข้าข่ายเป็นคู่กรณีตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 “พฤติกรรมและเหตุ-การณ์ดังกล่าวส่อไปในทางที่จะไม่ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นการประวิงเวลาเพื่อให้ตนได้รักษาราชการแทนปลัด อบจ.เชียงราย และได้ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่กำหนดไว้ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการเป็นอย่างมาก” หนังสือร้องขอความเป็นธรรมระบุ นอกจากนั้น นายณัฐกิตติ์ยังได้เท้าความถึงความเป็นมาสาเหตุที่ “ส้มหล่น” ทำให้นายบรรเจิดได้ควบถึง 3 ตำแหน่ง มาเป็นเวลากว่า 2 ปีให้หัวหน้า คสช.ทราบด้วยว่า

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555 ปรากฏว่า นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช ซึ่งเป็นภรรยาของนายยงยุทธ ติยะไพรัชได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ต่อมา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ศาลได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ระยะเวลา 10 ปี ทำให้นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้จัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายขึ้นมาใหม่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2557 ปรากฏว่า นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ พี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ได้รับใบเหลืองจาก กกต.คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายใหม่ จึงทำให้ตำแหน่งนายกองค์-การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายว่างลงจนถึงปัจจุบันนี้

ในระหว่างที่นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย รอคำพิพากษาศาลฎีกา นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช ได้รับโอนน้องสาวของตนเอง คือ นางนุชนารถ วดีศิริศักดิ์ เลขานุการคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้มาดำรงตำแหน่งรองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย แต่ได้ถูกคัดค้านจากปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น ว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงกับตำแหน่ง จึงต้องกลับไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ปัจจุบันได้ขึ้นเป็นรองปลัด อบจ.เรียบร้อยแล้ว)

มีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและรองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และมีคำสั่งให้บุคคลทั้งสองประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด และมีคำสั่งแต่งตั้งให้นายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อีกคนหนึ่งขึ้นมารักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบันนี้

ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และรองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 จึงทำให้ตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและรองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ว่างลง

นายณัฐกิตติ์ หนูรอด จึงขอให้หัวหน้า คสช.พิจารณาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และได้โปรดพิจารณาสั่งการให้ อบจ.เชียงราย นำคำร้องขอโอนของนายณัฐกิตติ์ที่ได้ยื่นต่อ อบจ.เชียงราย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 ไว้แล้ว พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของ อบจ.โดยเร็ว เนื่องจากใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่กำหนดให้สรรหาผู้ดำรงตำแหน่งบริหารมาดำรงตำแหน่ง นับแต่ตำแหน่งว่างลงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 หัวหน้า คสช.ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (ในขณะนั้น) นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ พิจารณาเร่งรัดดำเนินการรับโอน เมื่อ 20 มกราคม 2560 แต่ก็มีหนังสือตอบกลับจาก อบจ.เชียงราย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 โดยนายบรรเจิด ภูสมศรี ที่ควบ 3 ตำแหน่ง ว่า อบจ.เชียงราย ได้เปลี่ยนจากการชะลอการสรรหาตำแหน่งปลัด อบจ.ในหนังสือตอบกลับเมื่อเดือนธันวาคม 2559 มาเป็นการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการ อบจ.แทน นายณัฐกิตติ์จึงได้ยื่นขอความเป็นธรรมเป็นครั้งที่ 2 คราวนี้ยื่นต่อผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ซึ่งเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยในจังหวัดเชียงรายโดยตรง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดคนเก่า นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ถูกเด้งด้วย ม.44 ไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 และผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ นายณรงค์ศักดิ์โอสถธนากร เข้ามารับหน้าที่แล้ว โดยหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ แต่ อบจ.เชียงรายก็กลับนำเสนอ ก.จ.จ.เชียงราย ประวิงเวลาไว้อีก“เพื่อให้ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายก อบจ.เชียงราย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการ”
นายณัฐกิตติ์ระบุ กระทั่งเวลาได้ล่วงเลยมาถึงการรับสมัครสอบผู้บริหาร อบจ.ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่นายบรรเจิด ภูสมศรี จะได้มีโอกาสเป็นปลัด อบจ.เชียงราย จริงๆ ดูการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงรายคนใหม่กับเขาเสียที โดยมี “ไอ้โม่ง” คอยหนุน คอยบงการ คอยตอดงบ อบจ.อยู่หรือเปล่าเราไม่ทราบ แต่นายณัฐกิตติ์ ผู้ร้องขอความเป็นธรรมมาเป็นปีนั้นถอดใจ แล้วตอบสั้นๆ กับ “เชียงรัฐ” ว่า “ผมไม่สนใจจะตามเรื่องแล้ว เขาอยากเป็นกันเอง ก็ให้เขาเป็นไป” นี่แหละระบบราชการกับนักการเมืองไทย…อนิจจา.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.