“แบงก์ชาติ” วาดภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น

“กนง.” คณะกรรมการนโยบายการเงิน รายงานแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินและประเมินภาวะ “แนวโน้มเศรษฐกิจไทย” ดังนี้

เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ร้อยละ 3.8 ทั้งในปี 2560 และปี 2561 ซึ่งปรับสูงกว่าประมาณการครั้งก่อน โดยแรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเริ่มกระจายตัวมากขึ้น อีกทั้งแรงกระตุ้นจากภาครัฐก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง  เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ร้อยละ 3.8 ทั้งในปี 2560 และปี 2561 ซึ่งปรับสูงกว่าประมาณการครั้งก่อน โดยแรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเริ่มกระจายตัวมากขึ้น อีกทั้งแรงกระตุ้นจากภาครัฐก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

S__15024258-620x412
นายวิรไท สันติประภพ ประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน

การส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง และทั่วถึงมากขึ้นทั้งในมิติของสินค้าและตลาดส่งออกและเริ่มเห็นการส่งออกดีขึ้น ในผู้ประกอบการขนาดต่างๆ มากขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 8.0 ตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชัดเจน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามวัฏจักรเทคโนโลยี ขณะที่หลายสินค้าได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตมายังไทย อีกทั้งราคาสินค้าส่งออกมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าโภคภัณฑ์ การส่งออกที่ขยายตัว ทำให้ความต้องการวัตถุดิบและสินค้าชั้นกลางเพิ่มขึ้น จึงคาดว่ามูลค่าการนำเข้าในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย

การส่งออกบริการ มีแนวโน้มขยายตัวดี การท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2560 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 34.9 ล้านคน เป็น 35.6 ล้านคน เนื่องจาก (1) นักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มกรุ๊ปทัวร์และกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ ตามการเปิดเส้นทางการบินใหม่ จากจีนมาอย่างจังหวัดท่องเที่ยวโดยตรง (2) นักท่องเที่ยวอาเซียนที่เพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น และ (3) มาตรการลดและยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรานักท่องเที่ยว นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ส่งผลให้ การส่งออกบริการ มีแนวโน้มขยายตัวดี การท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2560 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 34.9 ล้านคน เป็น 35.6 ล้านคน เนื่องจาก (1) นักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มกรุ๊ปทัวร์และกลุ่ม
นักท่องเที่ยวอิสระ ตามการเปิดเส้นทางการบินใหม่ จากจีนมาอย่างจังหวัดท่องเที่ยวโดยตรง (2) นัก
ท่องเที่ยวอาเซียนที่เพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น และ (3) มาตรการลดและยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรานักท่องเที่ยว นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การบริโภคภาคเอกชน ในระยะข้างหน้า มีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ภาคเกษตรและการจ้างงานในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกและบริการที่ปรับดีขึ้น รวมทั้งผลดีจากมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ อย่างไรก็ดี กำลังซื้อในระยะข้างหน้ายังไม่เข้มแข็งมากนักเนื่องจากการจ้างงาน และรายได้ของแรงงานยังไม่ได้รับผลดีอย่างเต็มที่ จากการส่งออกที่ปรับดีขึ้นส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและรูปแบบการทำธุรกิจที่ใช้แรงงานน้อยลง รวมทั้งภาวะหนี้ของครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

การใช้จ่าย ภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญตามการใช้จ่ายอุปโภคและการลงทุนภาครัฐที่ยังเบิกจ่ายอยู่ในเกณฑ์ดี การลงทุนของรัฐวิสาหกิจบางโครงการเบิกจ่ายล่าช้ากว่าที่คาดไว้บ้าง ขณะที่การลงทุนของรัฐบาลมีแนวโน้มชะลอลง หลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้า และบางหน่วยงานมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการเบิกจ่าย นอกจากนี้ ยังมีผลจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งอาจส่งผลให้การเบิกจ่ายของบางหน่วยงานที่กฎหมายขยายขอบเขตการบังคับ ใช้ไปถึงอาจล่าช้าบ้างในระยะแรก โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่เคยดำเนินการตามระบบใหม่นี้มาก่อน

การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวแต่ยังขยายตัวในระดับต่ำ โดยในระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก แต่ภาคธุรกิจบางส่วนยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่และรอความชัดเจนต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคู่ค้า สำหรับความเสี่ยงในประเทศมาจากกำลังซื้อที่ยังกระจายตัวไม่เข้มแข็ง มาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจชะลอลงในช่วงแรกจากผลของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง อย่างไรก็ดีโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวสูงกว่ากรณีฐานมาจากเศรษฐกิจสหรัฐ ที่อาจขยายตัวดีกว่าค่าจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับ ประมาณการอัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงสมดุลโดยอัตราเงินเฟ้ออัดขยายตัวต่ำกว่ากรณีฐานจากเศรษฐกิจที่อาจขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี โอกาสที่อัตราเงินเฟ้ออัดขยายตัวสูงกว่ากรณีฐาน มาจากผลกระทบของมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ที่อาจทำให้ตลาดแรงงานตึงตัวและต้นทุนค่าจ้างสูงขึ้น.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.