ฟ้าผ่า อบจ.สจ.ทวง % ซื้อรถขุดบาดาลทางไลน์

ได้ใจ ผู้ว่าฯ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อบจ.เชียงราย ละเลงกันเละ ถึงขนาดทวงเปอร์เซ็นต์ “ค่ายกมือ” จัดซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาลกันทางไลน์ อย่างไม่เกรงฟ้าอายดินกันแล้ว


boonsong.jpg

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

ปฏิบัติการย่ามใจรายนี้เกิดขึ้นอีกครั้งที่ อบจ.เชียงราย ขณะที่ “ความวัวยังไม่ทันหาย” ใช้งบไปบานเบอะ 58 ล้าน จัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนปลายปี 2558 ถูก สตง.เรียกเงินคืน 5 ล้านบาท และ ป.ป.ท.เชียงใหม่ ยังอยู่ระหว่างโอ้เอ้วิหารรายในการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ตามที่มีผู้ร้องเรียน ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้รับเรื่องและให้ ป.ป.ท.ดำเนินการหาข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นปีไปแล้ว แต่ด้วยความล่าช้าของระบบราชการหรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่เป็นที่แน่ชัด ทำให้ผู้คิดทุจริตประพฤติมิชอบไม่เกรงกลัว จึงเกิด “ความควายเข้ามาแทรก” ขึ้นอีก โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 ได้มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย สมัยวิสามัญ มีวาระสำคัญคือญัตติการขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายตามข้อบัญญัติ อบจ.เชียงราย ประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 40,446,000 บาท ซึ่งมีงบประมาณในการจัดซื้อรถขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลจำนวน 1 ชุด งบประมาณ 34,800,000 บาท เพื่อมาแก้ปัญหาภัยแล้งในขณะนั้น ด้วยวิธีจัดหาตามราคาที่สืบได้ในท้องตลาดเป็นรายการใหญ่ โดยนายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัด อบจ.รักษาราชการแทนปลัด อบจ.และปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย เป็นผู้เสนอญัตติ แล้วก็มีสมาชิกสภา อบจ.หลายคนต่างอภิปรายไป

bunjerd
นายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัด อบจ.รักษาราชการแทนปลัด อบจ.และปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย

ในทิศทางเดียวกัน คือสนับสนุนการจัดซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาลเป็นของ อบจ.เชียงรายเอง แทนที่จะไปขอยืมจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ศูนย์ลำปางมาใช้ และขณะนี้ก็ได้คืนเขาไปแล้ว ส.อบจ.บางรายถึงกับกล่าวชื่นชมยกย่องนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช และนางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย ที่ได้ริเริ่มนโยบายจัดซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาลนี้ขึ้นมา และยังมาสานต่อในสมัยที่นายบรรเจิด ภูสมศรี ได้ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย นี้อีก อย่างไรก็ดี มี ส.อบจ.คนเดียวที่กล่าวทักท้วงเรื่องนี้ ว่ารถขุดเจาะที่ยืมมาจากกรมทรัพยากรน้ำลำปาง “เรายังขาดแคลนบุคลากร” ถ้าซื้อมาใช้เองแล้วเกิดขาดบุคลากรขึ้นมา อบจ.จะจัดการอย่างไร ผู้อำนวยการกองช่าง นายสมชาติ วัฒนากล้า จึงชี้แจงว่า รถขุดเจาะที่ยืมมาและได้คืนไปแล้ว ไม่สามารถเจาะได้ เนื่องจากว่าการเจาะต้องใช้ช่างเจาะที่มีฝีมือและจบมาจากโรงเรียนช่างเจาะโดยตรง แต่รถคันที่จะจัดซื้อนี้สามารถเจาะได้ลึกถึง 300 เมตร ต่อก้านเองได้ ใช้คนน้อย และไม่ต้องชำนาญมาก ใช้ 3-4 คนก็เจาะได้แล้ว จากปกติที่ใช้คนประมาณ 10 คน รถคันนี้จึงเจาะได้รวดเร็วกว่า ปีหนึ่งเจาะได้ถึงเกือบ 100 บ่อ คำชี้แจงนี้เป็นที่พออกพอใจของ ส.อบจ.ที่เข้าประชุมในครั้งนี้ยิ่งนัก การขอโอนงบประมาณรายจ่ายไปซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาลเป็นหลักในครั้งนี้จึงผ่านความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายฉลุย ด้วยคะแนน 27 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่มีผู้ไม่เห็นชอบเลย

 

Wasupon.jpg
นายวสุพล จตุรค เชนทร์เดชา ส.อบจ.เชียงราย อ.เชียงของ เขต 1

สำหรับงบประมาณที่ขอโอนมาจัดซื้อรถจุดเจาะบ่อบาดาลในครั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่าส่วนใหญ่มาจากงบกลางขุดลอกห้วยหนองคลองบึง 69 แห่งๆ ละ 500,000 บาทมากที่สุด เป็นเงินถึง 34,500,000 บาทเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่ผู้รู้ตื้นลึกหนาบางใน อบจ.ว่า เป็นงบที่จัดสรรให้กับ ส.อบจ.แต่ละคนไปใช้พัฒนาพื้นที่ แต่ปัจจุบัน การขุดลอกห้วยหนองคลองบึงชักทำกำไรได้ยากขึ้นทุกที จึงไม่ค่อยมีผู้อยากทำ นอกจากนั้น โครงการฝึกอบรมต่างๆ ของ อบจ.เชียงราย เช่น ฝึกอบรมกลุ่มพลังมวลชนจริยธรรมและเยาวชนคนรุ่นใหม่ โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการส่งเสริมประชาธิปไตย โครงการส่งเสริมความเสมอภาคของประชาชน โครงการส่งเสริมสิทธิของประชาชน โครงการส่งเสริมเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการพัฒนา โครงการส่งเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โครงการเสริมสร้างชุมชนแห่งความสามัคคี โครงการสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โครงการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนา เป็นต้น ที่ได้ตั้งเป้าและงบประมาณผู้เข้ารับการฝึกอบรมไว้โครงการละ 5-600 คน พออบรมจริงได้เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วผู้เข้าอบรมจริงๆ มีถึงขนาดนั้นไหม คนที่เซ็นเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าอาหารไป ได้เขาอบรมจริงๆ หรือเปล่า จนมีการนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในสภา อบจ.เชียงราย โดยนายวสุพล จตุรคเชนทร์เดชา ส.อบจ.เชียงราย อ.เชียงของ เขต 1 คนเดียวกับที่เกรงว่าจะขาดแคลนบุคลากรเมื่อซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาลมาแล้ว และนายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัด อบจ.รักษาราชการแทนปลัด อบจ.ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย รับจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เมื่อโครงการเก่าๆ ชักจะเป็นปัญหา จึงเกิดไอเดียใหม่ซึ่งอาจจะมาจากผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง อบจ.ยุคนี้ก็เป็นได้ ที่จะนำงบประมาณเหล่านี้มาจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์เสียดีกว่า

ดังนั้น เมื่อได้งบประมาณมาจากการรวบรวมงบประมาณคงเหลือประเภทต่างๆ อย่างเพียงพอและได้รับการอนุมัติจากสภา อบจ.เชียงราย ตลอดจนการกำหนดสเป็กและสืบราคาด้วยระบบอี-ออกชั่นแล้ว นายบรรเจิด ภูสมศรี ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย ก็ได้ออกประกาศประมูลซื้อรถขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลจำนวน 1 ชุด ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทันที ในวันที่ 12 เมษายน 2559 โดยกำหนดราคากลางไว้ที่ 34,800,000 บาท กำหนดยื่นเอกสารประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ที่ห้องประชุมพวงแสด ศาลากลางจังหวัดเชียงราย และกำหนดประมูลราคาในวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ซึ่งกำลังจะหมดฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝนที่ความจำเป็นในการหาแหล่งน้ำบาดาลลดน้อยลงไป เหตุการณ์ทำท่าจะไปได้สวย ทางสะดวกทุกอย่าง แต่แล้วเค้าลางของเมฆหมอกก็เริ่มปรากฏขึ้น เมื่อวันแรกของการยื่นเอกสารประมูลซื้อในวันที่ 4 พฤษภาคมนั้นเอง ที่หน้าห้องประชุมพวงแสด ก็ได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งไปดักผู้เป็นตัวแทนของบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลรายหนึ่งขอไม่ให้ยื่นประมูลในรายการนี้ แต่ผู้แทนของบริษัทนี้ก็เข้ายื่นประมูลจนได้แล้วก็มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองเชียงราย ด้วยเกรงว่าเอกสารสำคัญของบริษัทตนจะถูกถอดออกไปในขั้นพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้น และแล้วในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ก่อนที่จะมีการประมูลราคา 2 วัน บริษัทซี.เอช.ที.อินดัสตรี แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ก็ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการดำเนินการประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่าบริษัทนี้ไม่มีสิทธิเสนอราคา “เนื่องจากมีคุณสมบัติครบไม่ถ้วน” ตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารประมูลฯ ร้อนถึงนายบรรเจิด ภูสมศรี รองปลัด อบจ.รักษาการปลัด อบจ.ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.เชียงราย ต้องออกหนังสือชี้แจงอีกครั้งหนึ่งถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัทซี.เอช.ที.อินดัสตรี้ แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด หลังจากการประมูลราคาเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 วัน ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ว่าที่บริษัทนี้ไม่ผ่านการพิจารณาให้เป็นผู้มีสิทธิเสนอราคา เนื่องจากไม่มีหลักฐานการเป็นตัวแทนผู้แทนจำหน่าย ผู้แทนจำหน่าย ผู้ประกอบการ หรือผู้ผลิตรถยนต์มาแสดง ทำให้เกิดการระหองระแหงฟ้าร้องคำรามกันเรื่อยมา จนในที่สุดฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมากลางวง อบจ.เมื่อไลน์กลุ่ม ส.อบจ.เชียงราย จาก สจ.รายหนึ่งฝากทวงถามค่าเปอร์เซ็นต์งานการจัดซื้อรถขุดเจาะบ่อบาดาล เพราะ สจ.รายนี้ทราบมาว่าทางบริษัทผู้ประมูลได้ฝากเงินล่วงหน้าไว้ให้แล้วคนละ 5 หมื่นบาท จากยอดเต็มคนละ 100,000 บาท “ตอนนี้เงินอยู่ที่ไหนกับใคร” สจ.แสบรายนี้ถามมาทางไลน์

ข้อความ.jpg
ทวง % ทางไลน์

เรื่องนี้ “เชียงรัฐ” เห็นว่า นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้กำกับดูแล อบจ.ตามกฎหมาย จะทำนิ่งเฉยลอยตัวอยู่ไม่ได้แล้ว จะต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา เพราะถ้าหากรายงานข่าวทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับท่านปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตประพฤติมิชอบเกิดขึ้น ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในวงกว้าง ซึ่งทำให้ประชาชนผู้เสียภาษีได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และขัดกับนโยบายของรัฐบาล คสช.ที่มุ่งจะขจัดการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้จากคำสั่งหัวหน้า คสช.ล่าสุด ฉบับที่ 33/2559 สั่ง ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2559 เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งอื่น จำนวน 23 ราย ซึ่งมีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด แรงงานจังหวัด และตำรวจ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศและเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการอันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ แตกต่างจากฉบับอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน คือเพิ่มข้อความใหม่ลงไปในข้อ 3 ว่า “ให้ผู้บังคับบัญชาในทุกหน่วยงานของรัฐ สอดส่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัด ในด้านประสิทธิภาพ สมรรถนะในการปฏิบัติราชการ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และการทุจริตประพฤติมิชอบ ในกรณีเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไข ให้ตักเตือน แนะนำ ย้ายออกนอกพื้นที่ สับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือหากมีมูลความผิด ให้ดำเนินการทางวินัยฯ”

เราเห็นว่าคำสั่งนี้เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างยิ่ง ทำให้ไม่ต้องรอถึงขั้น ป.ป.ท.หรือ ป.ป.ช.หรือศาล ซึ่งล่าช้า ไม่เกิดความเกรงกลัวละอายต่อบาป หากผู้บังคับบัญชาที่มีคุณธรรม มีประสิทธิภาพ เป็นที่พึ่งแก่ประชาชนได้ดำเนินการเสียเอง ประเทศชาติก็จะเกิดความสงบสุข ความก้าวหน้า ด้วยทุจริตคอรัปชั่นและการประพฤติมิชอบจะลดลงอย่างแน่นอน

โฆษณา