ไฟเขียวฟาร์มหมู

แห่งแรกของเชียงราย ทำรายได้เข้าจังหวัดปีละหลายร้อยล้าน ผบ.กกล.มทบ. 37 ฮึ่ม! ทุกฝ่ายต้องทำตามกฎหมาย เขาถูก อบต.ต้องอนุญาต


ยืดเยื้อกันมานาน ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์จนถึงตอนนี้

การขออนุญาตประกอบกิจการฟาร์มสุกร หรือฟาร์มหมูเชียงราย ขนาด 4,800 แม่ บนที่ดินกว่า 200 ไร่ ในเขตหมู่บ้านแม่อ้อหลวง หมู่ 11 ตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน ต่อ อบต.แม่อ้อ

ชาวบ้านหมู่ 11 สถานที่ตั้งฟาร์ม ไม่ได้มีปัญหาอะไร กลับยินดีส่งเสริมให้ฟาร์มมาตั้งในหมู่บ้านตน เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของเครือซีพี หรือซีพีเอฟ บริษัทมหาชน ที่จะมาประกอบธุรกิจ นำความเจริญมาสู่หมู่บ้านโดยไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน และยังมีกฎหมายป้องกันกำกับดูแลไว้อีกหลายชั้น ตลอดจนประชาชนชาวบ้านตำบลแม่อ้อยังมีงานทำอีกหลายสิบครอบครัว อีกทั้งยังมีการตั้งฟาร์มในลักษณะนี้มาแล้ว 30-40 แห่งทั่วประเทศ โดยที่ยังไม่เคยมีปัญหาใดใดที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีแต่จะสร้างคุณค่า คุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทางการเกษตรให้แก่ชุมชน ให้แก่ท้องถิ่น ให้แก่จังหวัด และประเทศชาติเท่านั้น

แต่มีชาวบ้านส่วนหนึ่งจากหมู่บ้านอื่น ภายใต้การนำของนักการเมืองท้องถิ่นออกมาคัดค้าน โดยอาศัยความรู้สึกและประสบการณ์ของชาวบ้านแบบเก่าๆ มาเป็นบรรทัดฐาน ที่มีการเลี้ยงหมูกันแบบครัวเรือน 5 ตัวบ้าง 10 ตัวบ้าง ตามแต่กำลังของแต่ละครอบครัวจะทำได้ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายออกมา หรือไม่ก็อาจจะมาแย่งน้ำดีของชาวบ้านแล้วทิ้งน้ำเสียออกมา เกรงว่าแหล่งน้ำธรรมชาติจะเสื่อมสภาพ ซึ่งฟาร์มหมูสมัยใหม่ขนาด 4-5,000 ตัว ไม่เป็นเช่นนั้นเลย บริษัทสมัยใหม่จะไปทำแบบเก่าๆ ให้เกิดปัญหาเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่ต้องรอให้ถึงชาวบ้านหรอก หน่วยราชการที่ดูแลรับผิดชอบอยู่ “เอาตาย” ต้องปิดกิจการ เจ๊งไปเท่านั้น

ความจริงแล้ว เรื่องนี้ถ้าเอาเหตุและผลมาจับจะเข้าใจได้ไม่ยาก มันก็เหมือนกับขี้คนนั่นแหละ ถ้าคนถ่ายลงบนดินตามสุมพุ่มไม้หรือลงในหลุมแบบโบราณ มันก็จะมีกลิ่นฟุ้งออกมาเป็นธรรมดา แต่ถ้าถ่ายราด-ชักลงไปรวมกันอยู่ในบ่อเกรอะบ่อซึม ขี้คนก็ไม่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใครแต่อย่างใด ฉันใดก็ฉันนั้น ฟาร์มหมูสมัยใหม่ก็ใช้ระบบเดียวกัน คือขี้หมูกับน้ำล้างฟาร์มจะไหลรวมลงไปในบ่อใต้ดินทุกๆ วัน ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังเอามันมาหมักทำไบโอก๊าซออกมาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในฟาร์มได้อีกด้วย ส่วนที่เหลือเป็นกาก เขาก็ยังนำมาตากทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในการเกษตรอินทรีย์ เพิ่มคุณค่าให้กับเรือกสวนไร่นารอบๆ ฟาร์มปีละหลายร้อยตันได้อย่างไม่มีวันหมด จนมีผู้เปรียบเปรย “ขี้หมูเป็นทองคำ” ถึงขนาดนั้น

ยิ่งกว่านั้น ในคอกเลี้ยงหมูก็เป็นคอกแบบปิด มีระบบระบายอากาศ ระบบฟอกอากาศ คอยดูดซับจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่น จนฟาร์มเขาสามารถรับประกันได้ว่าในระยะห่างจากคอกเลี้ยงหมู 40 เมตร จะไม่ได้กลิ่นขี้หมูเลย ซึ่งบริเวณดังกล่าวก็อยู่ภายในโรงงานที่มีพื้นที่โรงงานเพียง 30% ที่เหลืออีก 70% เป็นพื้นที่สีเขียวนั่นเอง กลิ่นจึงไม่มีวันได้ออกไปนอกโรงงานเด็ดขาด เช่นเดียวกับน้ำ ฟาร์มเขาเจาะบ่อบาดาลใช้เอง และมีการใช้น้ำอย่างประหยัด มีการบำบัดนำกลับมาใช้ใหม่ หมุนเวียนการใช้น้ำอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันที่ปล่อยน้ำเสียออกไปจากฟาร์มเลย

นอกจากนั้น ถ้าเอาระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา

ข้อแรก การทำประชาคม ทำประชาพิจารณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอะไรก็ตามแต่ ถ้าเป็นโครงการของรัฐหรือรัฐเป็นผู้ให้สัมปทานก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นโครงการของเอกชน ไม่มีใครเขาทำ เพราะมีกฎหมายอื่นๆ รองรับควบคุมอยู่แล้ว แม้แต่ EIA ก็ไม่ต้องทำ เหมือนกับการขออนุญาตก่อสร้างห้างสรรพสินค้า ห้างไฮเปอร์มาร์เก็ตในเมืองเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีโชวห่วยออกมาคัดค้านกันแทบจะทุกเมือง แต่ในที่สุด ผู้อนุญาตคือท้องถิ่น อบต.เทศบาล ก็ต้องอนุญาตเขา ไม่งั้นเจอมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อสำคัญ หากผู้ประกอบกิจการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่หน่วยงานของรัฐจะไม่อนุญาต ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ที่ผู้คัดค้านไปร้อง จึงสั่งให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกฎหมาย แม้แต่ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้

จึงน่าแปลกใจว่าทำไมนักการเมืองท้องถิ่นเชียงรายจึงกล้าฝ่าฝืนกฎหมาย และยังชักชวนจูงใจชาวบ้านให้ทำผิดกฎหมายอีกด้วย ทั้งๆ ที่รู้อยู่ด้วยเหตุและผล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย โดยตลอด หรือว่าจะเป็นอย่างที่กรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สรุปเอาไว้ให้รัฐบาล คสช.ไปแก้ไข เรื่องพฤติกรรมนักการเมืองน้ำเน่า 10 ประการ

หนึ่งในนั้น คือ การสร้างสถานการณ์เพื่อเป็นช่องทางหากิน หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นักการเมืองก็ไม่ต่างอะไรกับขี้หมู กลับเหม็นเน่ากว่าด้วยซ้ำ ซึ่งชาวบ้านควรจะรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือคนประเภทอุจจาระขยะอีกต่อไป

ส่วนนายก อบต.แม่อ้อ ท่านน่าจะรู้ดีที่สุดว่าอะไรถูกต้องไม่ถูกต้อง อะไรดีอะไรชั่ว นอกเสียจากว่าท่านจะเอากับเขาด้วย?

เรื่องนี้ควรจะจบลงตรงที่ทุกฝ่ายต้อง “ปฏิบัติตามกฎหมาย” อย่างเคร่งครัดกันได้แล้ว!

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.