เติมเกล็ดพญานาคแก้อาเพศกว๊าน

12976955_1098053170275499_2101014547573039946_o หลังจากที่โทษกันไปแก้ตัวกันมาหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปแล้ว ก็ร้อนถึง ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกสมาคมชาวพะเยา ซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าใครทำชั่วกันมาตั้งแต่ปี 2553 ต้องยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหา “เกล็ดพญานาค” ติดตัวอยู่ด้านเดียว แม้แต่ “พระธาตุจอมทอง” ตรงกลางพญานาคก็ยังทาสีหลอกตาไว้เฉพาะด้านหน้า 3 ด้าน ส่วนด้านหลังก็ปล่อยให้เป็นพระธาตุเปลือยอยู่อย่างนั้น (โกงแม้กระทั่งทาสี) โดยเมื่อวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ได้มีกำหนดการ “พิธีบวงสรวงและทำบุญในการบูรณะรูปปั้นพญานาคกว๊านพะเยา” ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์ 200 รูป โดยการนำของพระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา มาเจริญพระพุทธมนต์ที่บริเวณพิธี “ลานพญานาค” ในวันที่ 9 เมษายน แล้วก็ทำพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์ ในวันที่ 10 เมษายน จากนั้นก็เริ่มทำการต่อเติมเกล็ดพญานาคด้านที่ขาดหายไปพร้อมกับบรรจุวัตถุมงคลในพระธาตุดอยจอมทองจำลองและทาสี ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จเร็วๆ นี้

DSCF7679DSCF7691.JPG

ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกสมาคมชาวพะเยาและประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล กล่าวในพิธีนี้ว่า “การสร้างพญานาค เจดีย์กลางกว๊าน ผมเองไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมา เพราะผ่านมาแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พ่อแม่พี่น้องในจังหวัดพะเยารู้สึกไม่สบายใจถึงความไม่สมบูรณ์ของการก่อสร้าง เมื่อน้ำลดลงและเห็นว่าเบื้องหลังพญานาคไม่สมบูรณ์ เป็นเรื่องการโจมตีมาพอสมควร ในฐานะผมเป็นลูกหลานคนพะเยา คิดมาตลอดตั้งแต่การลงมาทุ่มเทพัฒนาบ้านเมืองของจังหวัดพะเยา ประกอบกับผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะท่านเจ้าคณะจังหวัด ผู้บริหารสมาคม จะบูรณะพญานาคและเจดีย์ให้สมบูรณ์ พร้อมกับทำบุญเพิ่มความเป็นสิริมงคล เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องคนพะเยา เป็นสมบัติให้ลูกหลานพะเยาได้เคารพบูชากันต่อไป”

เชื่อกันว่าเป็นขึด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายสมศักดิ์ เทพตุ่น ประธานเครือข่ายประมงพื้นบ้านกว๊านพะเยา เปิดเผยว่า ปีนี้สถานการณ์น้ำในกว๊านพะเยาแล้งจัดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่มีการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำอิง ในปี พ.ศ.2482 เป็นต้นมา ถือว่าขณะนี้แล้งอย่างรุนแรง น้ำในกว๊านพะเยาลดลงอย่างต่อเนื่อง มีเพียงหน่วยงานเดียวที่ใช้น้ำในกว๊านพะเยาได้ในขณะนี้คือ สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพะเยา ที่จำเป็นต้องสูบน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่เขตชุมชนเมือง ดอกคำใต้ และภูกามยาว

แต่สิ่งที่เป็นประเด็นความกังวลทางความเชื่อที่มากับภาวะน้ำแล้งของกว๊านพะเยาในขณะนี้ คือเชื่อว่าเกิดจากขึด คือความไม่เป็นสิริมงคล เนื่องจากว่าการปั้นพญานาคหรือนาคีสองตัวที่ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา บริเวณตรงข้ามกับอนุสาวรีย์พญางำเมือง พบว่าพญานาคมีเกล็ดเพียงด้านเดียว คือด้านที่หันออกไปทางอนุสาวรีย์พญางำเมือง และพระธาตุจอมทองจำลอง ทาสีทองเพียงสามด้าน ด้านในกว๊านพะเยาเป็นสีขาวเท่านั้น

ประธานเครือข่ายประมงพื้นบ้านฯ กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบว่าโครงการปั้นพญานาคคู่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เหตุใดถึงไม่ตรวจสอบก่อนตรวจรับงานว่างานปั้นมีความเรียบร้อยหรือไม่ โดยเฉพาะพญานาค เป็นสิ่งที่ประชาชนมีความเชื่อสูงสุดว่าเป็นพญานาคที่ปกป้องหนองเอี้ยงในสมัยโบราณ ซึ่งคือกว๊านพะเยาในปัจจุบัน ส่วนพระธาตุจอมทองนั้นเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพะเยา ทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนพะเยาให้ความเคารพ เชื่อว่าทำให้กว๊านพะเยามีน้ำเลี้ยงผู้คนมาช้านานแล้ว พญานาคคือผู้ให้น้ำ แต่เมื่อพญานาคที่ปั้นมามีเกล็ดไม่ครบทั่วตัว จึงทำให้เกิดความเชื่อว่าขึด เป็นเหตุให้เกิดอาเพศ ทำให้เกิดภัยแล้งดังกล่าว

สล่าได้รับค่าจ้างครึ่งเดียว
กรณี “น้ำลด เกล็ดพญานาคหลุด เกิดอาเพศ กว๊านแห้ง” นี้ “สล่าแดง” หรือนายสมภพ ขันทะกิจ ศิลปินพื้นบ้านเมืองพะเยา ผู้รับจ้างปั้นพญานาคในกว๊านพะเยาถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ บางคนถึงกับกล่าวหาว่าเป็นเหตุให้น้ำในกว๊านแห้งหนัก จน “สล่าแดง” ต้องออกมาชี้แจงว่า “ทางจังหวัดได้มีโครงการสร้างรูปพญานาคและแต่งไฟน้ำพุในกว๊านขึ้น จึงได้ว่าจ้างบริษัททางกรุงเทพฯ ซึ่งเคยมีผลงานหลายแห่งตามที่โฟร์แมนเขาคุยให้ผมฟัง และทางบริษัทได้มาจ้างผมโดยการแนะนำผ่านคุณต้น เจ้าของ โรงเรียนหน้า พค.มาหาผมได้ว่าจ้างผมสร้างพญานาคไม่รวมฐาน ซึ่งทางบริษัทเขาบอกจะทำมาเอง ผมก็รับในราคา 600,000 บาท พอได้ระยะหนึ่งก็มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด นายต้นก็บอกผมว่าให้ทำซีกด้านติดถนนก่อน จะได้จัดงานแสง สี เสียงในกว๊าน ซึ่งตรงกับงานลอยกระทงปีนั้น และเป็นการจัดงานให้ผู้ว่าได้ชมก่อนย้ายด้วย ถ้าสร้างเสร็จแล้วให้ทำต่ออีกที ซึ่งขณะนั้นผมก็ได้เบิกเงินมาครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 2 ครั้ง) จำนวน 300,000 บาท พอจัดงานเสร็จผมก็ติดต่อคุณต้นก็ไม่เจอ จะสั่งของมาทำอีกก็ไม่ได้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ ร้านค้าไม่ปล่อยและค่าแรงคนงานจะเอาที่ไหน งานเลยหยุดแค่นั้น เลยตามเลย

เรื่องนี้จะให้ผมรับผิดชอบทั้งหมดคงไม่ได้หรอก ผมเป็นผู้รับจ้างทอดสุดท้าย ไม่มีลายลักษณ์อักษรอะไรสักอย่าง ชาวพะเยาอยากรู้ความจริงก็ไล่เบี้ยขึ้นไป ผมเป็นผู้น้อยคนสุดท้าย และอีกอย่างหนึ่ง นาคที่ปั้นนั้น จุดประสงค์เป็นแค่สัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยว ไม่ได้ให้ชาวพะเยามากราบไหว้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ และตัวพระธาตุผมก็ทำเผื่อให้ โดยไม่ได้รับเงินเลย เพื่อให้เป็นเรื่องคล้องจองระหว่างพญานาค ดอยจอมทอง หนองเอี้ยงเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สอง แข่งกับพระเจ้าตนหลวงแต่อย่างใด”

ครูเพลงรับจ้างแค่ดนตรี
ทำให้ “ครูต้น” ต้องออกมาชี้แจงว่า “โครงการนี้เป็นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์กว๊านพะเยาของจังหวัด ในปี พ.ศ.2553 ซึ่งท่านอดีตผู้ว่า (หญิง) ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติโครงการ ท่านย้ายไปก่อน ขอความกรุณาอย่าโยงไปหาท่านเลยครับ ภายในโครงการมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ 3 แห่ง คือ วัดติโลกอาราม น้ำพุดนตรี และประติมากรรมพญานาคประกอบน้ำพุแสงสี (งบประมาณคงต้องสอบถามกับคู่สัญญา)

บริษัทที่แข่งประมูลงานมาได้และเป็นคู่สัญญากับจังหวัด เป็นบริษัทจากกรุงเทพฯ ไม่ใช่ผม บริษัทได้ว่าจ้างผมให้ทำการประพันธ์เพลงและออกแบบระบบแสง สี เสียง ในส่วนงานของน้ำพุดนตรีและน้ำพุแสง สี ในส่วนงานตกแต่งพญานาค เนื่องจากบริษัทเห็นว่าเป็นผู้ที่มีผลงานด้านดนตรีและงานด้านแสง สี เสียง มานาน ซึ่งผมก็ได้ทำงานในส่วนที่รับผิดชอบครบถ้วนตามการว่าจ้างจากบริษัทเต็มความสามารถในสายวิชาชีพงานศิลป์ที่เราถนัด

งานในส่วนอื่นๆ ผมคงไม่สามารถอธิบายปัญหาต่างๆ ได้ เนื่องจากบริษัทได้ว่าจ้างงานในหลายส่วน ซึ่งเป็นเรื่องของบริษัทเป็นผู้ว่าจ้างและตกลงราคากับผู้รับจ้างในแต่ละราย รวมถึงการชำระเงินเองตามสเปคงานของบริษัท และบริษัทได้ทำการเช่าออฟฟิศพร้อมพนักงานและทีมงานของบริษัทเองตลอดระยะเวลางาน ผมเพียงแต่แนะนำผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านให้กับบริษัทเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของงานไม่อยู่ในส่วนที่ผมรับทราบ เพราะไม่ได้เป็นผู้รับเหมากับทางจังหวัด

จึงใคร่ขอชี้แจงให้ผู้ที่ต้องการรับทราบข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสารรายละเอียดได้จากจังหวัด หรือบริษัทคู่สัญญา อย่าได้โยงผมไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะผมก็เป็นผู้รับจ้างอีกทอดหนึ่งเหมือนกัน”

ขอให้มีการตรวจสอบ
นายวิมล ปิงเมืองเหล็ก ปราชญ์ท้องถิ่นพะเยาและอดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า คงต้องตรวจสอบให้กระจ่างว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความเชื่อคนโบราณเรื่องความขึด หรือความอาเพศที่ทำให้เกิดความแห้งแล้ง ซึ่งผู้สูงอายุรุ่นเก่าๆ ต่างก็เป็นห่วงว่าจะเกิดด้วยเหตุนี้ จึงทำให้กว๊านพะเยาแห้งแล้งขึ้นอย่างรุนแรงในปีนี้ หลายแห่งน้ำลดตอผุด แต่ที่พะเยาน้ำกว๊านพะเยาลด เกล็ดพญานาคหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่คนพะเยาให้ความสนใจในการบริหารจัดการโครงการต่างๆ ของหน่วยงานราชการ

เรื่องนี้ตนมีโอกาสสอบถามผู้ที่รับงานปั้นพญานาคว่า พญานาคปั้นไม่สมบูรณ์แบบมีเกล็ดเพียงด้านเดียว เนื่องจากงบประมาณที่ว่าจ้างไว้จ่ายเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ฝากเรื่องนี้ถึงผู้บริหารระดับจังหวัดตรวจสอบเพื่อให้ความชัดเจนแก่ชาวพะเยาต่อไป

ใครเป็นใครในปีที่สร้างพญานาค
ในปี พ.ศ.2553 นายเชิดศักดิ์ ชูศรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ถึงวันที่ 30 กันยายน ก่อนที่จะย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในเดือนตุลาคม 2553 สื่อมวลชนเคยเสนอข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องพญานาคและน้ำพุดนตรี นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา โดยเทศบาลเมืองพะเยา (นายกเทศมนตรีก่อนหน้านางสาวจุฬาสินี พรหมเผ่า) เปิดต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านด้วยความอบอุ่นแห่งมิตรภาพ ความงามของผิวน้ำ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดผ่านการแสดงน้ำพุดนตรีกว๊านพะเยาในชุดมหัศจรรย์สีสันแห่งสายน้ำ เปิดตำนานเมืองพะเยา 4 ชุด “คือ “กังวานก้องกลองปูจา เปิดตำนานเมืองพะเยา” ชุด “คีตนที จักรีนฤบดินทร์” ชุด “มหัศจรรย์ระบำแห่งสายน้ำ” และชุด “ลานนาแฟนตาเซีย” (ปัจจุบันนายเชิดศักดิ์ ชูศรี เกษียณอายุราชการแล้วในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี) อีกทั้งนายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ พัฒนาการจังหวัดพะเยาในสมัยนั้น ก็ยังทำการประชาสัมพันธ์ด้วยว่า นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ อบจ.พะเยา พร้อมด้วยเทศบาลเมืองพะเยา มีแนวคิดร่วมกันผลักดันและส่งเสริมการท่อง-เที่ยวของจังหวัดพะเยา โดยให้ความสำคัญกับการใช้กว๊านพะเยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงได้เกิดโครงการ “น้ำพุดนตรี” ขึ้น เบื้องต้นทางจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาท สำหรับจัดทำน้ำพุดนตรีเป็นจุดแรกที่บริเวณในกว๊านพะเยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองใช้หลังติดตั้งเสร็จเมื่อเร็วๆ นี้ ปรากฏว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมาก ดังนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เทศบาลเมืองพะพะเยา จึงมีนโยบายที่จะร่วมมือกันพัฒนาและขยายจุดติดตั้งน้ำพุดนตรีในกว๊านพะเยาให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยมีกว๊านพะเยาเป็นจุดเด่น

เรื่องนี้ “พะเยา Press” เห็นว่า ป.ป.ช.ก็ดี หรือ ป.ป.ท.ก็ดี หรือแม้แต่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล (ชุดนี้) ควรให้ความสนใจ ทำความจริงให้กระจ่าง หรือนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเอกชนก็ตาม เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยไม่ปล่อยให้ “คนชั่วลอยนวล”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.